โลโก้ Google วันช้างไทย 13 มีนาคม

(1/1)

noway2know:


หากใครเปิดเข้าหน้าเว็บ google วันนี้ (13 มีนาคม)
คงจะสะดุดตาเข้าให้กับโลโก้ หรือ Doodle สุดเก๋
เพราะเป็นรูปของ "ช้างไทย" ตัวน้อยน่ารัก
พร้อมกับมีต้นกล้วยและลวดลายแบบไทย ๆ ประกอบ

          ที่วันที่ 13 มีนาคม โลโก้ของ google เป็นรูปช้าง
เพราะเป็น "วันช้างไทย" โดยริเริ่มจากคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย
ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทย
คณะกรรมการ เอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น
จะช่วยให้ประชาชนคนไทยหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง
 ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น



คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม
ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา
แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว
จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม
 
ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ
 มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม
จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี
ซึ่ง คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541

 เห็นชอบให้ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น "วันช้างไทย"
 และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงในราชกิจจานุเบกษา
 เมื่อ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2541

          ผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยเกิดขึ้น
นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง
นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต
ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ
หรือสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์

          และนี่ก็คือที่ไปที่มาของโลโก้ Google วันที่ 13 มีนาคม

วันช้างไทย นั่นเอง


ขบถฟันน้ำนม:


'ควาญช้างสมัครเล่น' หนึ่งในเส้นทางตามวิถีช้างไทย

บางคนอาจเคยเสียเงินซื้ออาหารให้ช้างที่มาเดินในเมืองยามค่ำคืน บางคนอาจเคยนั่งช้างบนกูบที่จัดไว้ตามแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง แต่น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ขึ้นขี่บนคอช้างอย่างที่ควาญช้างปฏิบัติ ทว่าสำหรับที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง ที่ที่บอกว่าเป็นบ้านของช้าง และนี่เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของผู้มาเยือน

จากศูนย์ฝึกลูกช้างสมัยที่ประเทศไทยยังมีการทำอุตสาหกรรมป่าไม้ ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นโรงเรียนฝึกควาญช้างแห่งแรกของโลก เป็นโรงพยาบาลช้างที่รักษาช้างเจ็บป่วยทั่วประเทศแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายเดินทางมาใช้ชีวิตในฐานะควาญช้างสมัครเล่น

หลักสูตรควาญช้างสมัครเล่นมีตั้งแต่หลักสูตรแบบไปเช้าเย็นกลับวันเดียว หรือพักค้างคืนแบบ 3 วัน 2 คืน หรือฝึกจนถึงขั้นเป็นควาญช้างผู้เชี่ยวชาญแบบยาว 30 วัน

สิ่งที่ควาญช้างสมัครเล่นจะได้เรียนรู้นั้นเริ่มต้นตั้งแต่การบูชาพระพิฆเนศ เทพในศาสนาพราหมณ์มีรูปกายเป็นมนุษย์ มีเศียรเป็นช้าง ที่ผู้คนนับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ ปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง

“ก่อนจะเริ่มเรียนเป็นควาญช้างทุกคนจะต้องมาไหว้พระพิฆเนศที่นี่ก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ เพราะเราถือว่าเป็นอาจารย์ที่เราจะต้องให้ความเคารพนับถือ” หนึ่งในควาญช้างผู้มากประสบการณ์ของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยบอกถึงเหตุผล

ก่อนจะเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนชุดหม้อห้อมสีน้ำเงินเข้มแบบเดียวกันหมด หลังจากนั้นจึงแนะนำช้างและควาญช้างให้นักเรียนได้รู้จัก แล้วตามด้วยการสาธิตวิธีการขึ้นช้างซึ่งมีทั้งการเหยียบขาช้างแล้วโน้มหูส่งตัวเองขึ้นไปบนคอช้าง การกระโดดขึ้นจากทางส่วนหัวคล้ายกับการเล่นม้ากระโดดของยิมนาสติก ซึ่งไม่เพียงจะต้องใช้ความคล่องตัวของแต่ละคนเป็นหลักแล้ว ยังต้องมีร่างกายที่พร้อมด้วย

เมื่อขึ้นไปบนคอช้างได้แล้วท่านั่งที่ควรจะเป็น ก็ไม่ใช่การห้อยขาลงมาแบบธรรมดาอย่างการซ้อนท้ายจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ แต่จะต้องพับขาขึ้นไปให้พอเหมาะด้วย เพราะขาทั้งสองข้างจะต้องใช้เพื่อการสั่งคำสั่งให้เลี้ยวซ้ายหรือขวา ขณะที่บั้นท้ายจะถูกใช้เมื่อต้องการให้ช้างเดินถอยหลัง

“ช้างที่เรานำมาให้ควาญช้างสมัครเล่นเรียนนั้น เป็นช้างที่คัดสรรมาแล้วว่าได้รับการฝึกมาอย่างดี จะไม่มีอาการหงุดหงิดง่าย ส่วนช้างที่แสดงโชว์ก็จะแยกออกไปเป็นอีกส่วนหนึ่ง”

ในการแสดงโชว์ช้างที่มีเป็นประจำที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยนั้น บางช่วงการแสดงจะเปิดโอกาสให้นักเรียนควาญช้างนำช้างมาเข้าร่วมแสดงด้วย ขณะที่ช่วงเวลาที่เหลือควาญช้างสมัครเล่นจะมีหน้าที่พาช้างเข้าป่า หรืออาบน้ำที่เรียกเสียงเฮฮาแห่งความสนุกสนานได้ทุกครั้ง ก่อนจะพาเข้าไปส่งในป่าเพื่อให้ช้างได้พักผ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในยามค่ำคืน

ว่ากันว่าช้างจะนอนหลับในช่วงดึกราว 3-4 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่ต้องกินน้ำแต่จะกินอาหารอยู่ตลอดเวลา จนเช้าถึงเวลาที่นักเรียนควาญช้างจะเข้าไปรับช้างของตัวเองออกมาจากป่า โดยแต่ละคนจะสร้างความคุ้นเคยกับช้างของตัวเองมากขึ้นด้วยการนำกล้วยหรืออ้อยจากควาญช้างนำไปให้ช้างของตัวเองกินเป็นมื้อแรกของวัน

หากมีเวลาในการเรียนเป็นควาญช้างหลายวัน นอกจากการฝึกฝนเรียนรู้ทั้งวิธีการออกคำสั่งด้วยภาษากุย การปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับการเป็นควาญช้าง และการขึ้นเป็นควาญคออย่างคล่องแคล่วแล้ว การพาช้างไปค้างอ้างแรมในป่าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักเรียนช้างหลายคนเกิดความผูกพันกับช้างของตัวเองจนไม่อยากจะจากกันมานักต่อนัก

นอกจากการใช้ชีวิตในแบบควาญช้างแล้ว นักเรียนควาญช้างยังต้องเรียนรู้เกี่ยวกับมูลช้างที่อาจเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบหากว่ามีมากเกินไป ซึ่งทางศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยได้มีการค้นคว้าและนำมูลช้างเหล่านั้นมาผ่านกระบวนการและทำเป็นกระดาษแบบเดียวกับกระดาษสาด้วย เช่นเดียวกับการเดินทางไปเยี่ยมโรงพยาบาลช้างซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

สถาบันคชบาลแห่งชาตินี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวที่ถูกบรรจุอยู่ในหนังสือเล่มพิเศษ “เที่ยวสนุก สุขตามวิถีช้างไทย” ซึ่งรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับช้างทั่วประเทศไว้ด้วยกัน โดยกองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพราะเล็งเห็นว่ารูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปของนักท่องเที่ยว ที่ต้องการข้อมูลการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มเฉพาะแห่งมากขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกเป็นควาญช้างสมัครเล่น สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0-5424-7871-6 หรือดูรายละเอียดที่ www.thailandelephant.org


http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=523&contentId=126399

ขบถฟันน้ำนม:


วิกฤติช้างขาดทางเดินเชื่อมป่าเปิด'คชอาณาจักร'บ้านใหม่ช้างเร่ร่อน

ทุกวันที่ 13 มี.ค. ของทุกปีกำหนดให้เป็นวันช้างไทยโดยริเริ่มจากคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2541 เห็นชอบในวันดังกล่าว ด้วยความตั้งใจว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยจะช่วยให้ประชาชนคนไทยหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น

คาดการณ์กันว่าอีก 14 ปีข้างหน้าหากไม่มีการจัดการปัญหาช้างอย่างเป็นระบบ ช้างจะสูญพันธุ์จากประเทศ จำนวนช้างในประเทศตอนนี้มีประมาณ 5,000 เชือก แบ่งเป็นช้างเลี้ยง 2,500 -3,000 เชือก ที่เหลือเป็นช้างป่า

ดร.มัทนา ศรีกระจ่าง หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า จำนวนตัวเลขช้างป่าในประเทศขณะนี้เหลืออย่างน้อย 2,000 เชือก โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ไม่ทราบตัวเลขที่แน่นอนเพราะไม่สามารถเข้าพื้นที่ ทราบว่ายังมีการล่าช้างเพื่อเอางาอยู่ สำหรับสถานการณ์ที่น่าห่วงของช้างป่าตอนนี้คือในพื้นที่ป่าขนาดเล็กลง พบว่าช้างเกิดใหม่ถูกขับออกจากถิ่นฐานเดิม โดยเฉพาะในเขตผืนป่าทางภาคตะวันออก สาเหตุเพราะพื้นที่ป่าลดน้อยลง คนเข้าไปบุกรุกพื้นที่ช้างเคยอาศัยเปลี่ยนเป็นที่ทำกิน อีกทั้งช้างหนุ่มสาวเหล่านี้คุ้นเคยกับคน จึงกล้าออกมาสู่ชุมชนมากขึ้น ขณะเดียวกันคนมี 2 กลุ่มมีทั้งรักช้างและต้องการเอาประโยชน์จากช้าง ช้างไม่รู้ จึงถูกฆ่าเอางา อย่างกรณีของพลายถ่าง (ช้างป่าเพศผู้วัย 12 ปี จาก อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เดินเร่ร่อนไปไกลถึงเขตชายแดน จ.ตราด เมื่อกลางปีที่ผ่านมา) ปัจจุบัน ผืนป่าขนาดเล็กนี้มีช้างอาศัยอยู่เฉลี่ย 20-30 ตัว เช่น ป่าภูพาน เขาชะเมา หากไม่มีการดูแลช้างป่าหมดจากผืนป่าแน่นอนในระยะไม่เกิน 10-20 ปีสืบเนื่องจากอัตราส่วนเพศและโครงสร้างของประชากรไม่เหมาะสม

ในขณะที่ผืนป่าขนาดใหญ่ เช่น ที่ห้วยขาแข้ง ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร แก่งกระจาน ป่าทับลาน ทางภาคใต้ เช่นเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก เป็นต้น ผืนป่าดังกล่าวยังพอมีพื้นที่สำหรับช้างรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้น แต่ยังมีปัญหาว่าพื้นที่ป่าถูกแบ่งด้วยการสร้างถนนของคน หรือคนท้องถิ่นเข้าไปใช้เส้นทางเดินของสัตว์

สรุปการแก้ปัญหาเร่งด่วนของช้างป่าตามแนวทางที่กรมอุทยานฯประชุมหารือไปเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยจะเร่งทำแผนอนุรักษ์ช้างป่าระยะยาว ทั้งการสำรวจสภาพแวดล้อมที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของช้างป่า ด้วยการแสวงหาเส้นทางเชื่อมป่า กำหนดเป็นจุดทางเดิน รวมทั้งการหาแนวทางร่วมกันระหว่างชุมชน ในพื้นที่ช้างป่ามีปัญหากับชุมชน สามารถแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ โดยกระบวนการงานวิจัยท้องถิ่น ซึ่งในปีงบประมาณ 2555 กรมอุทยานฯจะได้ดำเนินการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของช้างป่า และแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในกลุ่มป่าภาคตะวันออกทั้งหมด

“คนไทยบางกลุ่มรักษ์ช้างน้อยลง มีบางชุมชนในภาคตะวันออกบุกรุกพื้นที่ป่าที่เคยเป็นแหล่งที่อยู่ของช้าง แต่ไม่รู้ได้ นส.3 มาได้อย่างไร ชาวบ้านเสนอให้จับช้างป่ามาทำหมันเพราะช้างมากินพืชไร่ ชาวบ้านเขาไม่ต้องการ จะต้องทำอย่างไรให้ชาวบ้านอยู่แบบเข้าอกเข้าใจช้าง” หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวและว่า  การแก้ปัญหาช้างป่าลำพังหน่วยงานรัฐจะแก้ปัญหาอย่างเดียวคงไม่จบ ต้องอาศัยทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทั้งผู้ที่ครอบครองที่ดินที่เป็นทางเชื่อมป่า ต้องยอมเสียสละบ้าง

จากปัญหาของช้างในส่วนของช้างเลี้ยง ณ วันนี้เห็นการขับเคลื่อนพาช้างเลี้ยงออกไปอยู่ในที่ทางของตัวเองมากขึ้น ผลจากเมื่อปีที่ผ่านมา โดยกรุงเทพมหานครได้ออกข้อบัญญัติ ระบุโทษตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ในปีที่ผ่านมา กำหนดโทษว่าผู้นำช้างเข้ามาหากินในกรุงเทพฯต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และจำคุก 6 เดือนและยึดช้าง และปรับคนให้อาหารช้างอีก 5,000 บาท

การส่งต่อช้างเร่ร่อนเหล่านี้ส่วนหนึ่งได้พาช้างเข้าโครงการนำช้างคืนถิ่น ณ หมู่บ้านช้าง จ.สุรินทร์ ขององค์การสวนสัตว์ นสพ.วันชัย ตันวัฒนะ ผู้จัดการโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว ได้สนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผ่านราชเลขานุการในพระองค์ฯเมื่อปี 2551 ความว่า “ทรงโปรดให้มีการดูแลและอนุรักษ์พันธุ์ช้างไทยด้วย เนื่องจากช้างเป็นสัญลักษณ์ของชาติ ควรจะได้รับความคุ้มครองและปกป้องให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” ในการดำเนินโครงการฯ นี้องค์การสวนสัตว์ได้จัดทำแผนแม่บทโครงการคชอาณาจักร ในจ.สุรินทร์ จะรับช้างเร่ร่อนจำนวน 200 เชือกเข้ามาดูแลและสร้างรายได้ในพื้นที่ 7,000 ไร่ ใน ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ให้เป็นหมู่บ้านช้าง โดยบริหารจัดการให้เป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่า “ชาวกุยคนเลี้ยงช้างที่เดียวในโลก” ผสมผสานกับการชมธรรมชาติวิถีชีวิตของช้าง รวมทั้งการปลูกพืชอาหารของช้าง โดยควาญช้างที่เข้าร่วมโครงการจะได้ค่าตอบแทนเดือนละ 8,000 บาท รวมทั้งค่าอาหารช้างในเงินก้อนนี้ด้วย ปัจจุบันมีช้างที่เข้ามาอยู่ในโครงการแล้ว 133 เชือก มีลูกช้างเกิดใหม่แล้วทั้งสิ้น 9 เชือก

ผู้จัดการโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้โครงการยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ในพื้นที่ต้องมีการสร้างโรงพยาบาลช้าง การขุดบ่อน้ำเพื่อให้ช้างได้อาบน้ำ ส่วนด้านสาธารณูปโภคแล้วเสร็จรวมทั้งบ้านพักอาศัยของควาญช้าง และปลูกหญ้าเพื่อเป็นแหล่งอาหารของช้างได้ดำเนินการไปแล้ว 500 ไร่ การจัดห้องแสดงวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างของชาวกุย หลังจากนี้จะดำเนินกิจกรรมเพื่อให้ช้างและคนมีรายได้เลี้ยงตัวเอง เช่น การนำมูลช้างมาหมักเป็นก๊าซชีวภาพ การสร้างกระดาษจากมูลช้าง แต่ละวันมีมูลช้างออกมาวันละ 10 ตัน แต่กำลังการผลิตกระดาษวันนี้ได้วันละ 40 กก. รวมทั้งการจัดกิจกรรมโฮมสเตย์คนเลี้ยงช้าง คาดว่าอีก 2-3 ปี โครงการนี้จะแล้วเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งหมด

ระหว่างวันที่ 12-13 มีนาคมนี้ ศูนย์คชศึกษา ได้จัดกิจกรรม “วันช้างไทย คนไทยช่วยช้าง” ประจำปี 2554 ณ ศูนย์คชศึกษา ขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมช่วยเหลือช้างไทยและเผยแพร่วัฒนธรรมชาวกุยคนเลี้ยงช้าง.


http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=522&contentId=126388

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ