ประชาทนธิปไตย : V.2 กี่ปีผ่านไป ยังทนไม่เปลี่ยน
พฤศจิกายน 26, 2014, 08:11:17 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ห้ามลงโฆษณา
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "โหวตโน"  (อ่าน 7839 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
once in a VoTe NOooO
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 593


VoTe NoOoooO


« เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2011, 05:12:01 PM »




 "โหวตโน"  ไม่ โนโหวต เชิญมาเถิดมา  "โหวตโน"

 "โหวตโน"  กันคนทำชั่ว ไม่ให้มั่ว ด้วย "โหวตโน"

 "โหวตโน"  ใช่ทำเท่ห์ กันพวกเห้ด้วย  "โหวตโน"

 "โหวตโน"  น่ากลัวหยอก พวกกลิ้งกลอกกลัว  "โหวตโน"

 "โหวตโน"  ใช่เมามัว ต้องพวกชั่วกลัว  "โหวตโน"

 "โหวตโน"  กลัวทำไม พวกจัญไรกลัว  "โหวตโน"

 "โหวตโน"  ถ้าคนดี พวกน้องพี่ไม่  "โหวตโน" 

 "โหวตโน"  ให้พวกโง่ แสร้งพูดโอ่อย่า  "โหวตโน" 

 "โหวตโน"  เป็นคลื่นยักษ์ ออกแรงผลักด้วย  "โหวตโน"

 "โหวตโน" เป็นเหตุผล ให้ทุกคนต้อง  "โหวตโน"

 "โหวตโน"  นี้เหมือนยันต์ กันพวกมันต้อง  "โหวตโน" 

 "โหวตโน"  คืออะไร ทำไมไป กา "โหวตโน"

 "โหวตโน"  เป็นทางเลือก คือไม่เลือกด้วย  "โหวตโน"

 "โหวตโน" ให้พวกเบื๊อก เรานั้นเลือกจะ "โหวตโน" 

 "โหวตโน" เพื่อประเทศ นี้เป็นเหตุให้  "โหวตโน"

 "โหวตโน"  ๓ กรกฎา เข้าคูหากา  "โหวตโน"



 
บันทึกการเข้า

personal jesus
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6295



« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2011, 06:10:53 PM »



vote no  ตัวจริงมาแล้ว...
บันทึกการเข้า
รักน้องพิณ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1082



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2011, 06:57:43 PM »



vote no  ตัวจริงมาแล้ว...

 
บันทึกการเข้า

เทพแคน - "ถ้าคะแนนพรรคเพื่อไทยมาอันดับหนึ่ง ผมจะเลิกเล่นบอร์ดการเมือง"
http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=35053
personal jesus
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6295



« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2011, 11:26:18 PM »



vote no  ตัวจริงมาแล้ว...

 

 
บันทึกการเข้า
รักน้องพิณ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1082



« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2011, 11:37:35 PM »

Vote No นี่ใช่ เพิร์สป่ะ
บันทึกการเข้า

เทพแคน - "ถ้าคะแนนพรรคเพื่อไทยมาอันดับหนึ่ง ผมจะเลิกเล่นบอร์ดการเมือง"
http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=35053
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1522



« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2011, 11:45:12 PM »

Vote No นี่ใช่ เพิร์สป่ะ
คริ คริ......เอิ้กกกก
บันทึกการเข้า

ความคิดเสรีเป็นสิ่งที่ดี แต่ความคิดที่ถูกต้อง ย่อมประเสริฐกว่า
noway2know
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 13245



« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 01:06:44 PM »

บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
noway2know
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 13245



« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 01:19:40 PM »


       พธม.ขึ้นป้าย “อย่าปล่อยสัตว์เข้าสภา” รณรงค์โหวตโนเลือกตั้ง 3 ก.ค.นี้ ย้ำ ปชช.ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องกากบาทช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน
       
       วันนี้ (12 พ.ค.) ที่ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ได้ทำการติดป้ายโครงเหล็กเพื่อทำการรณรงค์โหวตโน โดยมีข้อความระบุว่า “อย่าปล่อยสัตว์เข้าสภา” และ “ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน”
       
       ทั้งนี้ ป้ายรณรงค์โหวตโนดังกล่าวได้ทำเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น สุนัข ตะกวด เสือ ควาย และลิง ซึ่งอยู่ในชุดสูทของคราบนักการเมือง




http://www2.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000058187
บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
รักน้องพิณ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1082



« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 03:55:41 PM »

Vote No นี่ใช่ เพิร์สป่ะ
คริ คริ......เอิ้กกกก
คริ คริ นี่ใช่หรือไม่ใช่ครับ
บันทึกการเข้า

เทพแคน - "ถ้าคะแนนพรรคเพื่อไทยมาอันดับหนึ่ง ผมจะเลิกเล่นบอร์ดการเมือง"
http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=35053
Not politicians
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2712



« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 06:05:10 PM »

Vote No นี่ใช่ เพิร์สป่ะ
คริ คริ......เอิ้กกกก
คริ คริ นี่ใช่หรือไม่ใช่ครับ
คุณพีเจ ถูกต้องแล้วครับ 
บันทึกการเข้า

กูอายแทนที่เห็นพวกเหี้ยหาแดกกะ พธม. โว้ยย.. 

noway2know
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 13245



« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 11:22:56 AM »

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - หลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และต่อมาได้มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม และกำหนดเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554

       
       เมื่อทุกอย่างชัดเจนอย่างนี้ ปี่กลองการเมืองก็ยิ่งโหมระรัวอย่างหนัก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ “นักลงทุนทางการเมือง” ได้มีการเคลื่อนไหวประมูลราคาเพื่อ “ซื้อ” และ “ขายตัว” กันอย่างคึกคัก อีกทั้งยังมีการ “ควบรวมกิจการ” หรือแม้แต่จับมือกันแบบ “เฉพาะกิจ” เพื่อต่อรองร่วมรัฐบาล โดยการตกลงทำสัญญาอันเกี่ยวกับ “ธุรกิจการเมือง” ต่างๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่ได้ทำไปล่วงหน้ากันหมดแล้ว
       
       ที่เหลือจึงมีเพียงรายการ “ต่อรองราคา” ย้ายเข้า-ย้ายออกของพวก ส.ส. ระดับ “หางแถว” เกรดบี และซี ซึ่งเป็นช่วง “นาทีทอง” ที่พวกเขาต้องหากำไร หลังจากที่พวกขาใหญ่ “เขี้ยวลากดิน” ได้ทำการ “ผสมพันธุ์กัน” ทั้งในที่ลับและที่แจ้งกันไปเรียบร้อยแล้ว
       
       ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เริ่มเห็นเค้าลางแห่ง “ฝนตกขี้หมูไหล” ความ “อัปรีย์-จัญไร” ที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง เพราะหากใครที่ติดตามการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ก็ย่อมเข้าใจดีว่าการเลือกตั้งคราวนี้มี “เดิมพัน” สูงยิ่ง ในการช่วงชิงกันระหว่างสองพรรคใหญ่ คือ “ประชาธิปัตย์” กับ “เพื่อไทย” และเมื่อมีเดิมพันสูงก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้
       
       ดังนั้นหลายฝ่ายจึงประเมินเอาไว้ล่วงหน้าว่าการเลือกตั้งคราวนี้จะต้องมีความ “รุนแรง” เกิดขึ้นอย่างแน่นอน อย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ กับ นายประชา ประสพดี ส.ส. ปากน้ำ พรรคเพื่อไทย องครักษ์พิทักษ์นายใหญ่ หลังยุบสภาวันเดียว ก็ถูกยิงเกือบตาย รอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิด โดยคนใกล้ชิดฟันธงว่า ปมสังหารมาจากเหตุการเมือง 100%
       
       สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ในเวลานี้จึงเป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นได้เป็นอย่างดีถึงความวุ่นวาย และหายนะที่รออยู่ตรงหน้า รวมถึงการเมืองที่ยังอยู่ในวังวนของ “น้ำเน่า” และสุดท้ายคนที่รับกรรมก็คือ “ประชาชนหน้าเศร้า” เหมือนเดิม
       
       ดังนั้น การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จึงหลีกหนีไม่พ้นพวกเขี้ยวลากดิน “สัตว์การเมือง” ที่จะกลับเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ผู้แทนปวงชนชาวไทย” อีกครั้ง และหลายคนจะมีโอกาสสถาปนาตัวเองขึ้นไปเป็นรัฐบาลในการทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งนั่นจะทำให้การเมืองไทย และประชาชนชาวไทย ไม่อาจหลุดพ้นจากปรักตมและหล่มโคลนทางการเมืองในทำนองที่ว่า “อัปรีย์ไป จัญไรมา“ ไม่มีโอกาสก้าวไปข้างหน้าสู่ความเป็นประเทศที่เจริญ ศิวิไลซ์ และมีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
       
       นอกเสียจากประชาชนชาวไทยจะร่วมใจก้าวข้ามวังวนของการเมืองน้ำเน่า !
       
       ด้วยการก้าวข้ามนักการเมืองหน้าเก่าๆ เดิมๆ ที่ไม่เคยสนใจไยดีประชาชน นอกจากผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ด้วยการไปใช้สิทธิเลือกตั้งและกากบาทลงในช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” เพื่อแสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ต้องการการเมืองและนักการเมืองแบบเก่า ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือ “กูไม่เอามึง” ซึ่งเป็นเจตนารมณ์เดียวกับการรณรงค์ “โหวตโน” (VOTE NO) ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ให้เป็นระบอบที่ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง !
       
      **เมื่อนักลากตั้งใช้วาทกรรมชั่ว
       บิดเบือน “โหวตโน”
       

       อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเปิดแคมเปญ “โหวตโน” ด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและกากบาทลงในช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” ก็ปรากฏว่า มีนักเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยที่ออกอาการ “ดิ้นพล่าน” โดยพยายามใช้วิชามารบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิในการไปลงคะแนนเลือกตั้ง แต่กากบาทในช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” ว่า ไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย, เป็นการปูทางไปสู่การไม่มีการเลือกตั้ง กระทั่งบอกว่า เป็นการเปิดช่องให้มีการรัฐประหาร
       
       ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ นำเสนอรายการเพื่อคัดค้านการรณรงค์ให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งลงคะแนนในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะพยายามใช้สื่อของตนเองเกลี้ยกล่อมประชาชนให้เชื่อตาม ทั้งๆ ที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว มิได้เป็นอย่างที่กล่าวหาเลยแม้แต่น้อย
       
       เพราะการโหวตโนถือเป็นการใช้สิทธิเลือกตั้งเหมือนกัน และมีความเป็นประชาธิปไตย 100% เพราะตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 ระบุไว้ว่า... มาตรา 67 การลงคะแนนเลือกตั้ง ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายของหมายเลขผู้สมัครหรือพรรคการเมืองในบัตรเลือกตั้ง และในกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทในช่องทำเครื่องหมายไม่ประสงค์ลงคะแนนเลือกตั้งในบัตรเลือกตั้ง
       
       และการที่กฎหมายประกอบการเลือกตั้งบัญญัติสิทธิของประชาชนเอาไว้ตามมาตรา 67 ดังนั้น จึงชี้ช่องให้เห็นว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้อง “จำนน” ต่อนักการเมือง แต่ยังมีช่องทาง “โหวตโน” หรือการกาช่องไม่เลือกใคร ซึ่งเป็น “สิทธิอันชอบธรรมของประชาชน” ในระบอบประชาธิปไตย
       
       ทั้งนี้ เมื่อแผนแรกไม่เป็นผล แผนที่สองในการทำลายความชอบธรรมของโหวตโนก็ตามมา โดยหนึ่งในวาทกรรมอันชั่วร้ายที่ถูก “ปลุก” และ “ปั่น” เป็นกระแสล่าสุดก็คือ Vote No คือยุทธศาสตร์เพื่อช่วยพรรคเพื่อไทยและเพื่อช่วย นช.ทักษิณ ชินวัตร มีชัยชนะเหนือพรรคประชาธิปัตย์
       
       โดยวาทกรรมดังกล่าวมาพร้อมกับชุดข้อมูลต่อเนื่องว่า “สนธิ ลิ้มทองกุล” หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รับงานและรับเงินรับทองจากนายใหญ่เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Vote No
       
       นี่คือกระบวนการบิดเบือนที่ชั่วร้ายที่สุด เพราะความจริงมิได้เป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย

       
       กล่าวคือถ้าดูจากกระแสสังคม ไม่ว่าจะเป็นผลการสำรวจของสำนักต่างๆ ที่ออกมาก็ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยชนะพรรคประชาธิปัตย์แทบทุกโพล ที่เห็นชัดๆ คือ ในภาคอีสาน ที่พรรคเพื่อไทยมีความนิยมร้อยละ 63 ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 21 ชนะกันถึง 3 เท่า
       
       หรือสรุปง่ายๆ ก็คือไม่ว่าจะมีโหวตโนหรือไม่ ประชาธิปัตย์ก็แพ้เพื่อไทยวันยังค่ำ ขึ้นอยู่กับว่าจะแพ้มากหรือแพ้น้อยเท่านั้นเอง
       
       ดังนั้น จากคำกล่าวที่ว่า การโหวตโนเท่ากับเป็นการช่วยพรรคเพื่อไทย จึงไม่เป็นความจริง เพราะความจริงแล้วไม่มีการเลือกตั้งครั้งไหนที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเพราะตัวเองได้เสียงข้างมากในสภา เพราะแพ้มาหมด! ส่วนที่ได้เป็นรัฐบาลก็ด้วยเหตุ 2 ประการ คือ 1.อุบัติเหตุทางการเมือง 2.เป็นพรรคที่ฉลาดแสนกลในการฉกฉวยโอกาสเข้าไปเอาคะแนนเสียงโดยไม่ต้องเปลืองตัว
       
       **ความล้มเหลว10 ประการของ “อภิสิทธิ์”
       
       และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องจำใส่กะลาหัวไว้จนวันตายก็คือ การที่ความนิยมของประชาธิปัตย์ลดลง หรือในการเลือกตั้งครั้งนี้คะแนนของประชาธิปัตย์จะลดลงนั้น สิ่งสำคัญที่ควรสำเหนียกไว้ก็คือ เป็นเพราะตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศผิดพลาดและ “ล้มเหลว” ในแทบทุกเรื่องและทุกด้าน จนเอามาสาธยายในที่นี้ก็คงไม่จบไม่สิ้น
       
       ล้มเหลวอันดับแรกคือ ล้มเหลวด้านความมั่นคง ทำให้ไทยเสียดินแดนให้กับกัมพูชา เพราะนายอภิสิทธิ์กอดเอ็มโอยู 43 เอาไว้แน่น จนทำให้เวลานี้ทหารไทยไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรได้ รวมถึงไม่สามารถแก้ไขความไม่สงบในภาคใต้ได้ ไม่สามารถเอาผิดขบวนการล้มเจ้าได้ ไร้ประสิทธิภาพการควบคุมคนเสื้อแดง จนล้มประชุมอาเซียนในปี 52 และปล่อยให้ก่อม็อบซ้ำซากจนเผาเมืองในปี 53 พร้อมกับเผาศาลากลางและอาคารของเอกชนหลายแห่งพังทลายลง
       
       ล้มเหลวอันดับสองคือล้มเหลวในการขจัดการเมืองที่ล้มเหลว โดยเมืองไทยยุคนายอภิสิทธิ์ สภามีการแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่าแก่งแย่งผลประโยชน์ โกงกิน คุณภาพนักการเมืองไม่ดีขึ้น มีแต่ถ่อยเถื่อนถีบ สัตว์เลื้อยคลาน จนประชาชนเอือม แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองล้วนๆ ให้คนที่ถูกศาลสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซ้ำในตอนที่ตั้งรัฐบาลก็ไปเจรจากับคนพวกนี้ ซึ่งถือว่าไม่เคารพคำตัดสินของศาล
       
       สาม-ล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ กู้เงินมหาศาลมาใช้ แจกจ่าย ละลายเงินไปอย่างไร้ประโยชน์ แล้วเพิ่มหนี้สาธารณะจาก 3.4 ล้านล้าน เป็น 4.2 ล้านล้านบาทในเวลาไม่ถึง 2 ปี ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิดพุ่งสูงขึ้น เป็นยุคที่ข้าวยากหมากแพงที่สุด มีการขึ้นค่าแรงเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ลดค่าครองชีพ และไม่เคยมีของชิ้นไหนลดราคา และเอาประชานิยมแบบทักษิณมาใช้ ให้ประชาชนหันไปนิยมเขา ลงคะแนนเลือกเขา ซึ่งไม่ต่างจากทักษิณที่เอาเงินภาษีของประชาชนไปจ่ายหาเสียง
       
       สี่-ล้มเหลวด้านสังคม คุยว่า จะสร้างความสมานฉันท์ แต่กลับทำให้แตกแยก สร้างคนเสื้อน้ำเงินขึ้นมาตอบโต้คนเสื้อแดงด้วยความรุนแรง ซึ่งเมื่อไม่สำเร็จ ก็สร้างเสื้อขาว เสื้อหลากสี เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง ทำให้บ้านเมืองแตกแยก
       
       ห้า-ปล่อยให้มีโจรผู้ร้ายเต็มบ้านเต็มเมือง ยาเสพติดกลับมาระบาด แม้ว่ารัฐบาลเคยประกาศนโยบาย 5 รั้วป้องกันยาเสพติด ตอนรับตำแหน่งใหม่ๆ แต่ผ่านมา 2 ปี ก็กลายเป็น 5 รั่ว ยาเสพติดไม่ลด เยาวชนยังเป็นเอเยนต์ยาบ้ารายใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ
       
       หก-การบริหารราชการ เกิดความล่าช้า เป็นจอมยุทธ์แห่งการตั้งกรรมการ คนร่วมงานใกล้ชิดก็มีแต่ศักดินา ตีนไม่ติดดิน ไม่เข้าใจปัญหาคนจน เป็นรัฐบาลมา 2 ปีกว่า อยู่แต่ในทำเนียบกับแก๊งไอติม รอขึ้นโพเดียมออกโทรทัศน์ โดยตั้งแต่เป็นนายกฯ จะเห็นได้ว่า นายอภิสิทธ์ไปเยี่ยมคนต่างจังหวัดไม่กี่ครั้ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีน้ำท่วม แถม การติดตามช่วยเหลือก็ล่าช้า นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการโยกย้ายไม่เป็นธรรม ซื้อขายตำแหน่ง อดีตอธิบดีกรมการปกครองร้องเรียน ก.พ.ค. เรื่องถูกปลดไม่เป็นธรรม ก.พ.ค. มีมติให้คืนตำแหน่งให้ นายอภิสิทธิ์ก็นั่งเฉย ไม่ยอมบอกให้รัฐมนตรีมหาดไทย หรือนายเนวินให้คืนตำแหน่งให้
       
       เจ็ด-กระบวนการยุติธรรมล้มเหลว ไม่สามารถจับคนเผาเมืองได้ ส่วนแกนนำที่ควบคุมตัวไว้ก็ให้มีการประกันตัว แถมยังออกมติ ครม.ให้ช่วยประกันตัวแกนนำอีก ไม่สามารถนำตัวทักษิณกลับมารับโทษได้ ทั้งที่ ส.ส.เพื่อไทยและสื่อมวลชนเดินทางไปพบอย่างเอิกเกริก การถอดยศที่ทำได้ก็ไม่ทำ เพราะว่าแอบจับมือกันอยู่ นอกจากนี้ ยังไม่จริงจังกับการเอาผิดนักการเมืองและตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการสลายชุมนุมพันธมิตรฯ วันที่ 7 ต.ค.51 ทั้งที่ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลไว้แล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่ ป.ป.ช.ให้ปลดออก แต่ ก.ตร. กลับมีมติให้เข้ารับราชการเหมือนเดิม
       
       แปด-ล้มเหลวด้านการศึกษา ที่บอกว่า เรียนฟรี 15 ปี เป็นการหาเสียงเกินจริง เพราะค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลออกให้มีเพียงค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์ ชุดนักเรียน ค่ากิจกรรม แต่ละรายการก็ออกเพียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือผู้ปกครองต้องออกเอง ไม่รวมค่าบำรุงโรงเรียน ค่าอาหารกลางวันที่ผู้ปกครองออกเองมากกว่าที่รัฐบาลออกให้หลายเท่า การปฏิรูปการศึกษาที่นายอภิสิทธิ์อ้างว่าเป็นผู้ริเริ่มก็ล้มเหลว เป็นการเปิดช่องให้เอกชนร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหากินกับนักการเมือง ขณะที่ผลทดสอบของเด็กออกมาวิชาคณิตศาสตร์ เฉลี่ยคะแนนเต็ม 100 ได้เพียง 14
       
       เก้า-การเมืองภาคประชาชนล้มเหลวที่บอกว่า จะให้ประชาชนมีส่วนร่วม รับปากว่าจะให้ทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ทำ การทำประชาพิจารณ์บันทึกผลการประชุมเจบีซีก็เอาแต่พวกตัวเองเข้าไปพูด ไม่สนับสนุนภาคประชาชนทั้งที่ตัวเองเคยมาห้อยโหน เคยอภิปรายรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชในสภาว่า ถ้าประชาชนมาประท้วงเสียงเดียวก็ต้องฟัง แต่ทุกวันนี้มีการชุมนุมรอบทำเนียบเป็นม็อบสิบทิศ นายอภิสิทธิ์ไม่เคยฟังเลย
       
       และสิบ - ล้มเหลวในการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ยุคนี้มีการคอร์รัปชั่นมากพอๆ กับยุค นช.ทักษิณ ชินวัตร เผลอๆ อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำไป
       
       ดังนั้น จึงต้องถามกลับไปว่า วาทกรรมที่บิดเบือนอย่าง “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” เราดีกว่าเขาที่ตรงไหน
       ในขณะที่นายใหญ่แห่งเผาไทยกินรวบ พรรคประชาธิปัตย์ก็กินแบ่ง
       
       ในขณะที่นายใหญ่สั่งให้เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง นายอภิสิทธิ์นอกจากจะไม่จัดการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว ยังปล่อยให้คนเผาบ้านเผาเมืองออกมาจากคุกสบายใจเฉิบ
       
       ในขณะที่นายใหญ่จาบจ้วงสถาบัน 2 ปีกว่าของการเป็นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กลับไม่สามารถจัดการเหล่ากอของความชั่วร้ายเหล่านี้ให้หมดไป
       
       ดังนั้น บทสรุปของทั้งสองพรรคจึงมีอยู่ว่าไม่มีใครเลวมากกว่า ไม่มีใครเลวน้อยกว่า เพราะทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้ทำอะไรให้กับบ้านกับเมืองทั้งสิ้น
       
       **ประชาธิปัตย์ติดกับดักของตัวเอง
       
       อย่างไรก็ตาม ความจริงที่พรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์กลัว “โหวตโน” ก็เพราะเป็นวัวสันหลังหวะจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง จากเขตใหญ่เรียงเบอร์ มาเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว ซ้ำร้ายยังต้องมาติดกับดักตัวเองเพราะอุตส่าห์ออกแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนแปลงสัดส่วน ส.ส.จากเดิมที่มี ส.ส. เขต 400 คน ส.ส.สัดส่วน100 คน มาเป็น ส.ส. เขต 375 คน ส.ส. สัดส่วน 125 คน โดยหวังว่าจะได้เปรียบคู่ต่อสู้ ในระบบสัดส่วน เพราะเชื่อว่ากระแสของพรรคจะมาแรง หลังจากที่ได้โหมอัดนโยบายประชานิยมอย่างไม่ลืมหูลืมตา
       
       แต่เมื่อมาเจอกระแส “โหวตโน” เข้าไป ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ถึงกับดิ้นพล่านเหมือนหมาถูกสาดน้ำร้อน เพราะคะแนนที่คิดและวางแผนเอาไว้เป็นดิบดีว่าจะได้จาก ส.ส.สัดส่วน ก็จะหายไปเพราะ “โหวตโน” ซึ่งงานนี้จะโทษใครก็ไม่ได้ เพราะนี่คือผลกรรมที่ตัวเองทำไว้ ในฐานะรัฐบาลที่บริหารประเทศได้ “ห่วยแตก” ที่สุด ชนิดไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบาย
       
       “การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รณรงค์ให้ประชาชนโหวตโน จะส่งผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์พอสมควร โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพ และคาดว่าทั่วประเทศจะมีคนโหวตโน ประมาณ 1 ล้านคน ยอมรับว่าโอกาสที่พรรคเราจะได้กลับมาจัดตั้งรัฐบาลนั้นต้องเหนื่อยพอสมควร เพราะทุกวันนี้ยังไม่สามารถตอบคำถามประชาชนได้เลยในหลายๆ เรื่องโดยเฉพาะการบริหารประเทศ ยิ่งเราจะขายนโยบายต่างๆ เช่น การแก้ปัญหาภาคใต้ ปัญหาสินค้าแพง หรือชูนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ก็จะถูกย้อนถามกลับมาว่า แล้วที่ทำอยู่นี้มันสำเร็จแล้วหรือ ก็ไม่สามารถตอบคำถามสังคมได้” แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็น
       
       ดังนั้น การรณรงค์ “โหวตโน” จึงไม่ได้ทำเพื่อตัดกำลังพรรคประชาธิปัตย์ และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พรรคเพื่อไทย (เพราะแม้แต่คนที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยก็อาจหันมา “โหวตโน” ในการเลือกตั้งครั้งนี้) หรือพรรคการเมืองหน้าไหนทั้งสิ้น แต่การโหวตโนทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า นักการเมืองและพรรคการเมืองทุกพรรคในเวลานี้ ไม่ได้มีจิตสำนึกของการเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีจิตสำนึกในการเป็นตัวแทนของประชาชน พวกเขามีจิตสำนึกเพียงอย่างเดียวคือการทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง เพราะฉะนั้นประชาชนจึงต้อง “โหวตโน” เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการเลือกใครและพรรคไหนทั้งสิ้น !
       
       **ถึงเลือกเรา เขาก็มา !
       
       อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยจะปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ต้องบอกว่า เป็นระบอบประชาธิปไตยที่ “ล้มละลาย” เนื่องเพราะหลักการพื้นฐานสำคัญถูกทำลาย บิดเบือนและแปรรูปเปลี่ยนสภาพโดยนักการเมืองและเครือข่ายบริวารของพวกเขา
       
       กล่าวคือทั้ง ส.ส. ที่เลือกตั้งแบบแบ่งเขตพื้นที่ และเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ มิได้เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้ “เงิน” เป็นตัวตัดสิน ใครหรือก๊กใดพรรคใดมีเงินเยอะก็สามารถกวาดต้อน ส.ส. มาเข้าสังกัดตัวเองได้เป็นจำนวนมาก
       
       และระบบดังกล่าวจึงพากันผลิตนักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ฉ้อฉลและไร้ประสิทธิภาพในการบริหารเข้ามากอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าของตัวเองและพวกพ้องกันอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรให้อย่างมหาศาล โดยไม่มีอาชีพอื่นใดในเมืองไทยที่จะรวยเร็วเท่ากับการเป็นนักการเมืองขี้โกงอีกแล้ว ขณะที่ประชาชนคนไทยที่ไปลงคะแนนให้ก็ยังคงหน้าดำคล้ำหมอง มีสภาพชีวิตที่ไม่แตกต่างจากเดิม กระทั่งแย่ลงกว่าเดิมหลายเท่า ! เพราะกลายสภาพเป็น “ทาสในเรือนเบี้ย” ที่ถูกควบคุมโดย “หัวคะแนน” ที่นำเงินมาซื้อเสียงและไปลงคะแนนให้ด้วยสำนึกในเศษเงินที่นักการเมืองโยนมาให้อย่างโงหัวไม่ขึ้น
       
       ด้วยเหตุดังกล่าว การโหวตโน จึงเป็นการแสดงสิทธิของประชาชนที่ปฏิเสธกลุ่มการเมืองในระบบทั้งหมด ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไม่ยินยอมให้สิทธิตัวเองถูกข่มขืนบังคับให้เลือกพรรคการเมืองหนึ่งเพราะกลัวอีกพรรคการเมืองหนึ่งจะมา ดังเช่นที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ งัดวิชามารออกมาใช้ด้วยการเปิดแคมเปญ “ไม่เลือกเราเขามาแน่” เพื่อหยุดยั้งสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนที่จะไปกากบาทในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน
       
       “ส.ส. ดีๆ หาไม่ได้แล้ว เพราะระบบการเมืองปัจจุบันทำให้คนดีกลายเป็นคนเลว เป็นระบบบริษัทพรรคการเมือง คนลงทุนคือผู้ถือหุ้นจ้าง ส.ส. ลงเลือกตั้ง แล้วเข้ามายกมือให้เขาเป็นนายกฯ ให้นโยบายของเขาผ่าน แต่ไม่ได้ทำหน้าที่นิติบัญญัติเลย นอกจากยกมือให้เจ้าของบริษัท เป็นบริษัทเพื่อไทย บริษัทประชาธิปัตย์ ด้วยเหตุนี้ ส.ส. ถึงจะได้น้ำดีมาจากไหนก็ตาม เมื่อเข้าสู่ระบบ ส.ส. พวกนี้ก็ไม่ดีไปกว่า ‘เรยา’ เผลอๆ เรยา ยังจะดีเสียกว่า”
       
       “สำหรับนายอภิสิทธิ์อีกอย่างที่รู้กันดีก็คือ นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ มา 2 ปีกว่า มีเวลาเพียงพอที่จะสร้างคะแนนนิยมได้ แต่ทำไมคนเสื้อแดงยังนิยมทักษิณ นั่นเป็นเพราะนายอภิสิทธิ์ไม่เคยถามตัวเอง คิดอยู่อย่างเดียวว่า “พันธมิตรฯ” เป็นศัตรูของประชาธิปัตย์ ต้องกำจัดให้ได้ ขณะที่ สกลนคร กลับมีโรงเรียน นปช. มีเงินให้เด็กไปเรียนฟรี และจะโกรธแค้นมากถ้าบอกว่าพวกเขาเผาเมือง เพราะพวกเขาเชื่อว่า ทหารนอกเครื่องแบบที่เป็นพวกนายอภิสิทธิ์เป็นคนเผา คำถามมีอยู่ว่า นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ มา 2 ปี ทำไมจึงปล่อยให้ปัญหาพวกนี้ยังอยู่ ทำไมคนเสื้อแดงจาบจ้วง นายอภิสิทธิ์แก้ไขไม่ได้แม้แต่นิดเดียว วันนี้ กลับมาบอกว่าการโหวตโนคือการช่วยพรรคเพื่อไทย ทั้งที่ปัญหานี้เขาสร้างขึ้นมาเอง เมื่อสักครู่นี้ได้ฟังนายอภิสิทธิ์แถลงยุบสภาแล้วอยากอ้วก บอกว่าทำสุดความสามารถแล้ว ทั้งที่จริงทำงานไม่เป็น !” นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา
       
       ดังนั้น ถ้าใครมีโอกาสได้ฟังน้ำเสียงนุ่มๆ ของนายอภิสิทธิ์ ที่ทิ้งทวนก่อนสิ้นอายุขัยของรัฐบาลชุดนี้ ผ่านสปอตโฆษณาในฟรีทีวีหลายช่อง ที่บอกว่า “ท่ามกลางภาวะของแพง มีหนทางเดียวที่ประชาชนจะเดินหน้าต่อไปได้ คือ ต้องมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น และสิ่งที่ผมจะทำต่อไปนี้ จะทำให้ทุกชีวิตมีเงินใช้ไม่ขาดแคลน... เรามาร่วมมือกันเถอะครับ” เชื่อว่าสิ่งที่หลายคนอยากถามนายอภิสิทธิ์กลับไปทันทีหลังจากที่ดูสปอตโฆษณาชุดนี้ก็คือ “ก่อนหน้านี้เป็นรัฐบาลอยู่นานนม ทำไมไม่ทำ” !!
       
       สุดท้าย ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร อย่างน้อยที่สุด การที่ประชาชนออกไปใช้สิทธิ “โหวตโน” ก็คือการไม่ยินยอมให้สิทธิของตัวเองเป็นเครื่องมือให้คนที่เลือกเข้าไปนั้นสนับสนุนยกมือกลุ่มการเมืองของตัวเองโดยไม่สนใจผิดชอบชั่วดี เป็นการแสดงสิทธิ์ส่วนตัวเพื่อไม่ให้เป็นตราบาปให้กับตัวเองว่าเลือกคนชั่วมาครองเมืองและทำร้ายประเทศชาติ หรือเลือกคนที่คิดว่าดีแต่กลับยกมือสนับสนุนโจรให้โกงบ้านกินเมืองหรือขายชาติขายแผ่นดิน ถือเป็นการสั่งสอนนักการเมืองโดยสิทธิของประชาชนอย่างมีการจัดการ
       
       ทั้งนี้ หากประชาชนมีนัดหมายไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้วกากบาทในช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” และหากมีผู้ใช้สิทธิ์ไม่เลือกใครรวมกับผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิ์เกินกว่าครึ่งหนึ่ง จะมีความหมายว่าการเมืองในระบบทั้งหมดเป็นเพียงเสียงข้างน้อยของคนในประเทศนี้ และความชอบธรรมของนักการเมืองในการปกครองประเทศลดลง และความชอบธรรมในการปฏิรูปประเทศย่อมสูงขึ้น และแผ่นดินอาจสูงขึ้น !
       
       เพราะถ้าประชาชนมีตัวเลือกแค่ “ประชาธิปัตย์” กับ “เพื่อไทย” ก็ไม่ต่างกับให้เลือกกินระหว่าง “อุจจาระ” กับ “อ้วก” ถ้าตัวเลือกอุบาทว์อย่างนี้ ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือ “VOTE NO” เท่านั้น !!!
บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1522



« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 01:03:25 PM »




ไปโลด ไปโหวตโน........เอิ้กกกกก
บันทึกการเข้า

ความคิดเสรีเป็นสิ่งที่ดี แต่ความคิดที่ถูกต้อง ย่อมประเสริฐกว่า
Hellboy
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22



« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 09:06:38 PM »

อ้างถึง
คนเราสร้างกรรมไว้อย่างไรก็ย่อมต้องรับผลของกรรมนั้นๆ นักการเมืองใหญ่เพิ่งจะตายไปอีก 1 คน ด้วยโรคมะเร็ง ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ก็ร่วมกับพวกโกงธนาคาร BBC จนล่มสลาย มีเงินทองมากมาย แต่ก็เอาอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากผลของกรรมที่สร้างเอาไว้ วันนี้นักการเมืองทั้งหลายต่างก็สร้างกรรมกันต่อไปอีกด้วยการโกหกตอแหลไปเรื่อยๆ โลกจะเป็นอย่างไรเขาก็เป็นไปตามกรรมของเขา ไม่เป็นอย่างอื่น บ้านเมืองเรามีกรรมที่ต้องมีแต่คนเลวมาเล่นการเมืองและมาเป็นใหญ่ จะเลือกใครก็ไม่พ้นคนกลุ่มเดิม จะไปร่วมสร้างอกุศลกรรมกับเขาทำไม Vote NO คือไปทำหน้าที่โดยแสดงเจตนาไม่มีส่วนร่วมในกรรมชั่วของนักการเมือง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องร่วมรับกรรมไปกับพวกเขาดีกว่า


 ทีมา ลุงโฉลก http://chaloke.com/article/894-2011-05-12-23-40-02.html

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2011, 09:08:18 PM โดย Hellboy » บันทึกการเข้า

คนส่วนใหญ่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน แต่คนมีปัญญาเรียกร้องสิทธิที่จะไม่ทุกข์
กฎแห่งกรรมไม่ต้องวีซ่า กฎแห่งกรรมไม่ยกเว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม กฎแห่งกรรมไม่มีวันหยุด กฎแห่งกรรมเที่ยงธรรมตลอดกาล
ว.วชิรเมธี

เศรษฐกิจพอเพียง
http://www.sufficiencyeconomy.org/
Hellboy
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22



« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 10:21:31 PM »

แผนปฏิบัติการณ์ โหวตโน
.ความสำคัญ และความสัมพันธ์ของโหวตโน ต่อการเมืองที่จะมีขึ้น

 

1.ในส่วนของโครงสร้างทางการเมือง(ส่วนบน)


 

 -โหวตโน คือ ตัว input ข้อเรียกร้องที่แสดงถึง"การปฏิเสธ"

นักการเมืองที่จะเข้าสู่อำนาจในกล่องที่(1)และ(2)

-ผลของการโหวตโน จะเป็นเช่นไร จะออกมาที่ตัว output โดย

จะมี "ความมีหรือไม่มีความชอบธรรมทางการเมือง" เป็นตัวกำหนด

 

>>>>>>>>>>>[สถาบันพระมหากษัตริย์]<<<<<<<<<<

                                   - รัฐธรรมนูญ -

 

                                โครงสร้างส่วนบน

 

input >      1.[บริหาร] 2.[นิติบัญญัติ] 3.[ตุลาการ]    > out put

ข้อเรียกร้อง           4. [ข้าราชการส่วนกลาง]       1.นโยบาย

ข้อสนับสนุน                           |                         2.พรบ /พรก/พรฏ

                   [ทหาร]                |                        3.คำพิพากษา

                                              |                        4.กฏกระทรวง/กรม

                              โครงสร้างส่วนกลาง

 

              [กลุ่มกดดัน] [กลุ่มผลประโยชน์] [สื่อมวลชน]

                              [ข้าราชการส่วนภูมิภาค]

                                             |

                                             |

                                      [ประชาชน]

                [องค์กรปกครอง/ข้าราชการส่วนท้องถิ่น]

 

                            โครงสร้างสร้างส่วนล่าง

 

2.รัฐธรรมนูญ มาตรา๓.


- อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้

- อำนาจที่ฝ่ายการเมืองคืนให้ประชาชน จึงกลับมาอยู่ที่พระมหากษัตริย์ เพื่อทรงใช้กับ โครงสร้างส่วนบน

กล่องที่(1 - 3)

 

3.ความชอบธรรมทางการเมือง

- หากผลของโหวตโน มีเกินกึ่งหนึ่ง ของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิ์ ปฏิเสธผลลัพธ์จากการเลือกตั้งนี้ได้ ทั้งในระบบ จากการประท้วงกดดันinput และจากประเพณีปฏิบัติด้วยการถวายฎีกา ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงมีพระราชวินิจฉัย เพื่อเปิดทางสู่การนำใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา๗

 

4.รัฐธรรมนูญ มาตรา๗.

- ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วนิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข

- ที่ผ่านๆมา เมื่อเกิดปฏิวัติ รัฐประหารเพื่อยึดอำนาจจากฝ่ายการเมือง คณะผู้ยึดอำนาจจึงเป็นองค์รัฐาธิปัตย์แทนฝ่ายการเมือง และจัดตั้งรัฐบาลเอง ในรูปแบบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มีอำนาจ 3 ฝ่าย กล่อง(1 - 3)

 

5.ผลลัพธ์ของ "ความชอบและไม่ชอบธรรมทางการเมือง" -

-ในเมื่อคณะผู้ยึดอำนาจ จัดตั้งรัฐบาลภายใต้สภานิติบัญญัติได้ แล้วทำไมประชาชนจะร้องขอพระองค์ท่านให้ทรงมี รัฐบาลโดยภาคประชาชน สำหรับคนทั้งประเทศไม่ได้หล่ะครับ เพราะจะไม่มีความแตกต่างในรูปแบบต่อสภานิติบัญญัติฯเลย แต่จะอิงความเป็นประชาธิปไตย ที่มาจากประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ได้อย่างเต็มเปี่ยม

 

บทสรุป
-

ความไม่ชอบธรรมทางการเมืองนั้น สะท้อนให้เห็นได้จากคะแนนโหวตโน เกินครึ่งจากผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ความชอบธรรมทางการเมืองนั้น สะท้อนให้เห็นได้จากเหตุผลที่อ้างอิงจากโครงสร้างทางการเมือง ตัวบทกฎหมาย ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา๓ และมาตรา๗

 

โดย : ศูนย์ปฏิบัติการณ์การเมืองภาคประชาชน บนFACEBOOK / 14.05.54

บันทึกการเข้า

คนส่วนใหญ่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน แต่คนมีปัญญาเรียกร้องสิทธิที่จะไม่ทุกข์
กฎแห่งกรรมไม่ต้องวีซ่า กฎแห่งกรรมไม่ยกเว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม กฎแห่งกรรมไม่มีวันหยุด กฎแห่งกรรมเที่ยงธรรมตลอดกาล
ว.วชิรเมธี

เศรษฐกิจพอเพียง
http://www.sufficiencyeconomy.org/
noway2know
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 13245



« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2011, 10:25:19 AM »

<a href="http://www.youtube.com/v/NCYFW1mHpbM" target="_blank">http://www.youtube.com/v/NCYFW1mHpbM</a>

บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
noway2know
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 13245



« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2011, 10:45:19 AM »


โหวตโน...ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย ใครจะแพ้ชนะเราไม่สน รู้แต่ว่า "กรูไม่เอามรึง" ทั้งหมดนั่นแหละ...มีปัญหาป่ะ ??? (เหอ เหอ)
......................................

การเลือกตั้งครั้งนี้คือการชี้ชะตาว่าประเทศนี้จะหลุดพ้นจากอิทธิพลของ "สัตว์นรกการเมือง" ได้หรือไม่ !?!

การเลือกตั้งเป็นเพียงกลไกหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย ในเมื่อ "นักเลือกตั้ง" ในระบบแทบทุกคนกลายเป็นสิ่งชำรุดทางการเมืองไปแล้ว เราจะต้องยอมจำนนโดยการไปเลือกคนที่เลวน้อยที่สุดเช่นนั้นหรือ !?
เลวมากก็ถือว่า "เลว" เลวน้อยก็ถือว่า "เลว" ถูก...ไม่ถูก !?!

*อาทิตย์ที่ 3 ก.ค.เข้าคูหา กาโหวตโน (ช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน) เพื่อร่วมกันแสดงพลังประชามติให้โลกรู้ว่า คนไทยไม่ยอมให้ "สัตว์นรกการเมือง" (ทุกพรรค) โกงชาติปล้นประชาชนอย่างไม่รู้จักพออีกต่อไป !!!

ประเทศนี้ต้องเปลี่ยนแปลง !!!

ชมรมคนผิดหวัง นายอภิสิทธื์ เวชชาชีวะ
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001566763749#!/
บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
loginofu
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3440


« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2011, 09:35:43 PM »

"ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติ สุขเรียบร้อย
จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี

หากอยู่ที่การส่งเสริมให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ
ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"


พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
( พิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2512 )



แล้วจะให้เลือกใครเข้าสภา
แม้กระทั่งอภิสิทธิ์ยังรับ ตัวเองเป็นพรรค"เลวน้อย"ออกทีวีหน้าตาเฉย
 
บันทึกการเข้า

การกระทำโดยขาดสติยั้งคิด ขาดเหตุผล ความรู้จักถูกผิดนั้น เป็นเหตุให้เกิดความหลง ความลืมตัว ทำให้กระทำสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่โดยชอบได้ ซึ่งเป็นอันตรายมาก อาจจะนำความเสีย เสื่อมสลาย มาสู่ตนเอง ตลอดทั้งประเทศชาติได้
พระราชดำรัส ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓
Hellboy
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22



« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2011, 01:35:39 AM »

"ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติ สุขเรียบร้อย
จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี

หากอยู่ที่การส่งเสริมให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ
ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"


พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
( พิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2512 )



แล้วจะให้เลือกใครเข้าสภา
แม้กระทั่งอภิสิทธิ์ยังรับ ตัวเองเป็นพรรค"เลวน้อย"ออกทีวีหน้าตาเฉย
 

พระองค์ท่านบอกให้ส่งเสริมคนดี ไม่ได้บอกให้ส่งเสริม คนเลวน้อย  แล้วคนที่รู้ว่าเค้าเลว แล้วยังไปเลือก นี่ ถือว่าขัดพระราชดำรัส  สมควรโดน......  
บันทึกการเข้า

คนส่วนใหญ่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน แต่คนมีปัญญาเรียกร้องสิทธิที่จะไม่ทุกข์
กฎแห่งกรรมไม่ต้องวีซ่า กฎแห่งกรรมไม่ยกเว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม กฎแห่งกรรมไม่มีวันหยุด กฎแห่งกรรมเที่ยงธรรมตลอดกาล
ว.วชิรเมธี

เศรษฐกิจพอเพียง
http://www.sufficiencyeconomy.org/
noway2know
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 13245



« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2011, 01:48:54 AM »

บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
see-u
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 708



« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2011, 10:06:00 AM »

ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา “ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน”

ขณะนี้ได้มีหน่วยงานหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อจับตานักการเมืองเหล่านี้โดยเฉพาะ นั่นคือ 'เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย' ซึ่งจัดทำเว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย หรือ www.tpd.in.th ที่มี 'ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา' อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งถือเป็นการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ทางการเมือง

**อยากทราบถึงความเป็นมาของว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย
       
เว็บไซต์นี้เกิดจากการรวมตัวของนักวิชการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นอกจากนั้นยังมีอาสาสมัครที่อาสามาช่วยงานด้วย ก็มาช่วยกันรวบรวม วิเคราะห์ และสร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับการเมืองซึ่งหน่วยงานใดจะนำข้อมูลตรงนี้ไปใช้ก็ได้ คือจากที่ในบ้านเราเนี่ยมีองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการติดตามเรื่องการเมือง การคอร์รัปชั่น เรื่องธรรมภิบาล ความโปร่งใสของนักการเมืองและหน่วยงานราชการต่างๆอยู่หลายองค์กร เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็เลยมานั่งคุยกันว่าเอาข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกันไหม เราเลยจัดตั้งเป็นศูนย์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย มีหน้าที่จัดทำข้อมูลเพื่อให้บริการกับองค์กรในเครือข่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หน่วยงานไหนมีข้อมูลก็ส่งมาที่เรา เราจะช่วยประมวล วิเคราะห์ และเชื่อมโยงกับข้อมูลที่มีอยู่ เกิดเป็นฐานข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งเรามีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับ ส.ส. นักการเมือง พรรคการเมือง ข้อมูลธุรนกิจที่เชื่อมโยงกับการเมือง บริษัที่รับสัมปทานจากรัฐ ข้อมูลที่เกี่ยวกับหน่วยราชการต่างๆ
       
ต่อมาเมื่อ 5-6 เดือนที่ผ่านมาเครือข่ายนักวิชาการได้คุยกันว่าน่าจะนำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ประกอบกับเป็นช่วงที่ใกล้จะมีการเลือกตั้ง ก็คิดว่าน่าจะให้ความรู้กับประชาชนเพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจทางการเมือง ก็เลยจัดตั้งเป็นเว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย หรือ www.tpd.in.th ซึ่งในช่วงแรกเนี่ยเราจะเน้นข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของ ส.ส.เป็นหลัก เพื่อที่ชาวบ้านจะได้รู้ทันการเมือง รู้ทัน ส.ส.
       
**ในเว็บไซต์ฯมีข้อมูลอะไรบ้างที่ประชาชนสามารถนำมาพิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้

 ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการทำหน้าที่ในสภาของ ส.ส.แต่ละคนที่อยู่ในรัฐบาลชุดนี้ ส.ส.คนนี้เข้าประชุมสภากี่ครั้ง ส.ส.คนไหน.บ้างที่ทำสภาล่ม มีการเสนอกฎหมายอะไรให้สภาพิจารณาบ้าง และในการพิจารณากฎหมายแต่ละเรื่องเนี่ย ส.ส.คนไหนเข้าประชุมบ้าง ส.ส.คนไหนโหวตให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน ใครโหวตไม่รับ ใครงดออกเสียง ซึ่งชาวบ้านจะรู้เลยว่ากฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน หรือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อบางกลุ่มเนี่ย ส.ส.คนไหนบ้างที่ผลักดันกฎหมายเหล่านี้ออกมา
       
       มีข้อมูลเกี่ยวกับ ส.ส.ประเภทที่สืบทอดตำแหน่งทางการเมืองจากพ่อแม่ ประเภทพูดอย่างทำอย่าง เช่น บอกจะปฏิรูปที่ดิน จะกระจายที่ดินทำกินให้ประชาชน แต่ตัวเขาเองมีที่ดินเป็นพันไร่ เพราะฉะนั้นกฎหมายกระจายการถือครองที่ดินออกมาเมื่อไร พวกนี้ก็ไม่เอาเข้าสภาหรอก นอกจากนั้นหลังจากสิ้นสุดการเลือกตั้ง คือหลังเดือน ก.ค 2554 เราก็จะนำข้อมูลด้านอื่นๆมาใส่ในเว็บไซต์ด้วย เช่น ทุนกับการเมือง ธุรกิจกับการเมือง ข้าราชการกับธุรกิจ

บันทึกการเข้า

,.. See - U Never Die ..,

** ข้ออ้างจากพวกหิวคะแนน..

แมงสาบ : ไม่เลือกเราเขา (แม้ว) มาแน่
ตะกวดแดง : เลือกเรา " แม้ว "จะกลับมา


ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา : ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน
see-u
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 708



« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2011, 10:15:13 AM »

**เว็บไซต์พูดถึงการหาเสียงของ ส.ส.ด้วยหรือเปล่า
       
พูดครับ เรามีหัวข้อเรื่องถอดรหัสนักการเมือง เป็นการอธิบายถึงแบบแผนในการหาเสียงของ ส.ส. และบอกว่าภาคไหนหาเสียงแบบไหน นักการเมืองที่มีภูมิหลังแบบไหนมีวิธธีหาเสียงแบบไหน เช่น นักการเมืองที่เริ่มจากเป้นคนหิ้วกระเป๋าให้นักการเมือง จะหาเสียงด้วยวิธีซื้อเสียงมากกว่าเพื่อน
       
นอกจากนั้นยังมีข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ เช่น จากสถิติพบว่า ส.ส.ที่มีพฤติกรรมการหาเสียงแบบ ส.ส.ซุปเปอร์มาร์เก็ต คือแจกของ แจกเงิน มีถึง 57.38% พบมากที่สุดในภาคอีสาน คือมีถึง 80% , ส.ส.พึ่งหัวคะแนน มี 86% มากที่สุดคือภาคอีสาน รองลงมาเป็นภาคตะวนตก , ส.ส.ที่ทุจริตเชิงนโยบาย 44% มากที่สุดคืออีสาน 58% รองลงมาคือภาคเหนือ 52% , ส.ส.ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งในวงราชการ มี 22% พบมากในอีสานมากที่สุด 38% ที่น่าแปลกใจคือ กทม.มาเป็นอันดับ 2 แล้ว กทม.เนี่ยคุณคิดว่าจะเป็นพรรคไหน (ยิ้ม)
       
**มีการวิเคราะห์ถึงนโยบายของแต่ละพรรคหรือไม่
       
มีครับ ซึ่งการวิจัยก็พบว่านโยบายของแต่ละพรรคก็ไม่ได้ตรงกับปัญหาของชาวบ้าน เพราะมันเหมือนกับยาชุดที่กินกันทั้งประเทศ ใครไม่สบายก็กินยาชุดนี้ แต่ว่าแต่ละจังหวัดก็มีปัญหากันคนละแบบ บางจังหวัดอาจจะมีปัญหาบางอย่างที่รุนแรง เราวิจัยให้ดูว่านโยบายของแต่ละพรรคสอดคล้องกับปัญหาของแต่ละจังหวัดหรือไม่ ซึ่งพบว่าเกือบทั้งประเทศเนี่ยมันไม่สอดคล้องกันเลย อาจจะได้แค่ 30% หรือ 50%

**เห็นว่ามีข้อมูลบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ได้
       
ใช่ครับ เพราะถ้าเอามาลงเราอาจถูกฟ้องได้ อย่างเช่น ข้อมูลของ ส.ส.ที่มีพฤติกรรมสีเทา เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หวยใต้ดิน การค้าของเถื่อน น้ำมันเถื่อน เราบอกชื่อเป็นรายบุคคลได้เลย แต่ไม่สามารถเอาขึ้นเว็บฯได้ คือพวกนี้ไม่มีหลักฐาน ไม่มีใบเสร็จ
       
**จากข้อมูลเนี่ย ส.ส.ที่มีพฤติกรรมสีเทามีเยอะไหม
       
มีประมาณ 15% จากที่เก็บข้อมูลใน 18 จังหวัด จาก ส.ส.ระบบเขตที่ยังอยู่ในสภาชุดนี้ประมาณ 180 คน พบว่ามีนักการเมืองสีเทาประมาณ 35 คน ซึ่งดีกรีแตกต่างกันไป มีทั้งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบ่อนการพนัน ซึ่งมีมาก ทั้ง ส.ส.ที่อยู่ในฝ่ายค้านและรัฐบาล อย่าไปมองว่าพรรคไหนดีกว่าพรรคไหนเลย ทุกพรรคมีคนแบบนี้อยู่อาจจะมากน้อยต่างกัน แล้วก็ ส.ส.ที่บุกรุกที่สาธารณะ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ประเภทนี้เยอะมาก มี ส.ส.ที่เกี่ยวพันกับการคอร์รัปชั่น ส.ส.ที่ปลอมวุมิการศึกษา
       
**สภาชุดนี้ มี ส.ส.ที่ถึงขั้นมีซุ้มมือปืนในสังกัดไหม
       
ก็มี พวกนี้มีอยู่ประมาณ 5-6 ราย มีทั้งคนที่มีซุ้มมือปืนเอง และคนที่เคยเป็นมือปืนมาก่อนเป็น ส.ส.ด้วย อยู่ในสภาเราเนี่ยแหล่ะ


** อ่านเนื้อหาทั้งหมดต่อได้ที่ --> http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000059049

บันทึกการเข้า

,.. See - U Never Die ..,

** ข้ออ้างจากพวกหิวคะแนน..

แมงสาบ : ไม่เลือกเราเขา (แม้ว) มาแน่
ตะกวดแดง : เลือกเรา " แม้ว "จะกลับมา


ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา : ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน
see-u
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 708



« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2011, 10:24:01 AM »

** " เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย"  ( Thailand Political Database  )

เว็บไซด์ :  http://www.tpd.in.th/
เฟสบุ๊ค :  http://www.facebook.com/pages/TPD-Thailand-Political-Database/209754945719542?sk=wall

บันทึกการเข้า

,.. See - U Never Die ..,

** ข้ออ้างจากพวกหิวคะแนน..

แมงสาบ : ไม่เลือกเราเขา (แม้ว) มาแน่
ตะกวดแดง : เลือกเรา " แม้ว "จะกลับมา


ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา : ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน
noway2know
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 13245



« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2011, 12:15:35 PM »

บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
see-u
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 708



« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2011, 05:50:29 PM »

** เอาคลิ๊บเพลง Vote No มาแปะให้ ..เห็นพี่ ๆ เขาประชาสัมพันธ์กันอยู่



เครดิต : ทีม พี่โม่งเขียว
บันทึกการเข้า

,.. See - U Never Die ..,

** ข้ออ้างจากพวกหิวคะแนน..

แมงสาบ : ไม่เลือกเราเขา (แม้ว) มาแน่
ตะกวดแดง : เลือกเรา " แม้ว "จะกลับมา


ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา : ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน
Not politicians
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2712



« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2011, 06:21:15 PM »


เยี่ยมเลย ข้อมูลของคุณเอ้



ส่วนกลอนของคุณโนเวย์ เจ๋งมาก


 
บันทึกการเข้า

กูอายแทนที่เห็นพวกเหี้ยหาแดกกะ พธม. โว้ยย.. 

once in a VoTe NOooO
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 593


VoTe NoOoooO


« ตอบ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2011, 09:15:18 PM »

โหวตโน ไม่ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงการเมืองในประเทศไทย อิอิ

บันทึกการเข้า

noway2know
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 13245



« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2011, 10:39:56 AM »

“อย่าปล่อยสัตว์เข้าสภา โหวต No ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง X กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน”

โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์    


       ป้ายคัตเอาต์หลังเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่หันหน้าไปยังสำนักงานองค์การสหประชาชาติในกรุงเทพมหานาคร ได้สร้างความเดือดร้อนทุรนทุรายให้แก่นักการเมืองหลายคน ถึงกับมีข้าราชการตำรวจต้องออกมาให้สัมภาษณ์เอาอกเอาใจนักการเมืองว่าจะ จัดการเอาป้ายที่แสลงใจนักการเมืองนี้ให้จงได้
       
       ความจริงแล้วป้ายคัตเอาต์นี้ก็อธิบายในตัวเองอยู่แล้วว่า เป็นการรณรงค์เฉพาะไม่ให้สัตว์เข้าสู่สภา ส่วนนักการเมืองที่คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์และไม่ได้เป็นไปดังภาพนั้น ก็ไม่ควรจะแสดงความเดือดร้อนใดๆ
       
       เพราะด้านหนึ่งประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาจะทราบดีว่านักการเมืองไทยไม่ มีทางเป็นสัตว์ไปได้ แต่ประชาชนจะสามารถตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตัวเองได้ว่านักการเมืองไทยมี พฤติกรรมเหมือนสัตว์เหล่านี้จริงหรือไม่?
       
       ในขณะอีกด้านหนึ่ง หากนักการเมืองคนใดหรือคณะใดที่คิดว่าตัวเองเดือดร้อนจากป้ายนี้ ก็ควรจะต้องเปิดเผยตัวออกมาให้สังคมได้รับรู้ว่า...
       
       สัตว์ตัวไหนในป้ายที่หมายถึงตัวเองแล้วจึงทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน!!?
       
       บางคนเดือดร้อนบอกว่าป้ายนี้มีความไม่เหมาะสม เพราะเป็นคำหยาบคายทำให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติจำนวนไม่น้อยมีความไม่พอใจสูง แต่แท้ที่จริงแล้วสัตว์ที่อยู่ในภาพเหล่านี้ต่างเคยถูกนำมาใช้เป็นคำด่าใน สภาผู้แทนราษฎรของท่านผู้ทรงเกียรติมาแล้วทั้งสิ้น

       
       และบังเอิญว่าสถานที่ซึ่งตรงกันข้ามกับรัฐสภานั้นก็คือสวนสัตว์ดุสิต!!!
       แต่ว่าสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในสวนสัตว์ดุสิตไม่ได้ทำความเดือดร้อนกับ คนอื่นๆ เพราะถูกขังอยู่ในกรง แต่นักการเมืองต่างหากที่ปล้นชาติขายแผ่นดินทำร้ายและทำบาปให้กับประเทศชาติ ได้อย่างมหาศาล
       
      “หมาใส่สูท” จึงเป็นตัวแทนของสัตว์ปากหมา ทะเลาะเหมือนหมากัดกัน กัดกันจนเขี้ยวฟันหักน้ำลายยืดเหมือนหมาบ้า
       
       “เสือใส่สูท” จึงเป็นตัวแทนความดุร้ายและเขี้ยวลากดิน มีความอำมหิต โหดเหี้ยม เป็นผู้ทรงอิทธิพลเลี้ยงมือปืนที่เที่ยวเข่นฆ่าและทำร้ายคนอื่นไปทั่วโดยไม่ มีความผิด
       
       “ควายใส่สูท” จึงเป็นตัวแทนของการถูกลากจูงไปทำอะไรก็ได้ ไปไหนไปกันเป็นคอกเกาะกลุ่มกันตัวละ 20-60 ล้านบาท ไม่มีวิจารณญาณ ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี พร้อม “ยกกีบ” ไว้วางใจให้พรรคพวกได้เข้าสู่อำนาจ หรือ “ยกกีบ” สนับสนุนกฎหมายได้ทุกฉบับขอให้นายซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคควายสั่งเพียงอย่าง เดียวเท่านั้น
       
      “เหี้ยใส่สูท” จึงเป็นตัวแทนของสัตว์ที่ชอบขโมยไข่ ไก่ และไก่หรือสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านและประชาชนไปเป็นอาหาร ชอบลักขโมยส่วนหนึ่งเอาไปเป็นของตัวเอง อีกส่วนหนึ่งขโมยนำส่งไปให้ฤๅษีที่ภาพลักษณ์ดีเพื่อจะได้ปกป้องตัวเอง มีลิ้นสองแฉกเป็นสัญลักษณ์ของการตลบตะแลง ตระบัตสัตย์ และไว้ใจไม่ได้ ซึ่งสัตว์ประเภทนี้เห็นได้บ่อยมากกว่าสัตว์ทั้งหลายทั้งในรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และเคยผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ในทำเนียบรัฐบาลกันมาแล้ว
       
       “ลิงหลอกเจ้า” จึงเป็นตัวแทนสัตว์ที่ชอบหลอกลวง ไม่อยู่กับที่ ไม่มีวินัย วิ่งกระโดดโลดเต้นไม่อยู่ในที่ประชุมสภา มือไม้ไวเที่ยวฉกฉวยขโมยของ ทำลายทรัพย์สินข้าวของเป็นนิจ เปลี่ยนใจย้ายข้างหักหลังกันได้ตลอดเวลาโดยไม่มีจุดยืน และพฤติกรรมหนึ่งที่ทำกันมาแล้วคือชอบแจกกล้วยในสภา
       
       สัตว์ที่มีพฤติกรรมข้างต้นนั้น ไม่ว่า หมา เสือ ควาย เหี้ย และลิง นั้นต่างหลงตัวเองว่าอยู่เหนือกว่าคนอื่น ใส่เสื้อสูทผูกเนกไท สัตว์พวกนี้ชอบเรียกพวกเดียวกันเองว่า “ท่าน” นำหน้าชื่อตัวเอง และชอบเรียกพวกเดียวกันว่า “ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ” และจัดระเบียบที่คอปกเสื้อสูทให้เรียบร้อยว่าตัวเองฟอร์มดีเหนือกว่ามนุษย์ ทั่วไป
       
       สำหรับนักการเมืองที่ออกมาร้อนรนแล้วพูดว่านักการเมืองไม่ได้เลวทุก คน และหลายคนก็เป็นคนดีๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคำอวดอ้างตนเองของนักการเมืองทั้งสิ้น เพราะประชาชนที่เห็นป้ายคัตเอาท์ก็คงจะคิดได้ว่าคนส่วนใหญ่ในสภานั้นมี พฤติกรรมเหมือนสัตว์บนป้ายคัตเอาท์ หรือเป็นคนดีจริงหรือไม่?
       
       ประการสำคัญ “คนดี” หรือ “คนเลว” นักการเมืองที่มาคิดและพูดเอาเองว่านักการเมืองส่วนใหญ่เป็นคนดี หรือพวกข้าเลวน้อยกว่าอีกพวกหนึ่งนั้น อันที่จริงแล้วประชาชนเท่านั้นจะเป็นคนที่จะต้องตัดสินใจและใช้วิจารณญาณเอง ว่าระบบที่เป็นอยู่นั้นส่วนใหญ่นักการเมืองเลวจริงหรือไม่?
       
      โดยเฉพาะในทางการเมืองนั้นหากจะวัดความดีและความเลว จะต้องดูพฤติกรรมว่าเป็นอย่างไรระหว่าง
       
       1. นักการเมืองคนนั้นเลวด้วยตัวเองปล้นชาติขายแผ่นดิน ปลิ้นปล้อน
       ตลบตะแลง ไร้ความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี หรือไม่? หรือ
       
       2. ทำตัวเหมือนว่าเป็นคนดีแต่แท้ที่จริงก็สมคบและสนับสนุนยกมือให้คนชั่วปกครองบ้านเมือง หรือไม่?

       
       เพราะไม่ว่านักการเมืองที่อ้างว่าคนในวิชาชีพของตัวเองเป็นคนดี เหตุใดคนที่คิดว่าดีเกือบทั้งสภาเวลาเป็นรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยกลับยกมือไว้ วางใจคนที่โกงมากที่สุดให้ปกครองบ้านเมืองต่อไป?
       
       เวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจนักการเมืองโกงบ้านกินเมือง นักการเมืองในฝ่ายรัฐบาลที่ชอบอวดอ้างว่าในสภามีคนดี หายศีรษะไปไหนกันหมด แล้วยังไปยกมือไปไว้วางใจนักการเมืองชั่วอีก!?
       
       ส่วนคนที่มีสำนึกแห่งความรู้รับผิดชอบชั่วดีหากงดออกเสียง หรือยกมือสวนมติพรรคเพราะเห็นว่านักการเมืองที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น โกงบ้านกินเมือง กลับไม่สามารถอยู่ในระบบนี้ได้เพราะนักการเมืองต่างสนใจที่จะปกป้องพวกพ้อง เพื่อรักษาอำนาจมากยิ่งกว่าความผิดชอบชั่วดี
       
       แสดงว่าตัวระบบที่มีผลิตผลเป็นนักการเมืองที่มีแต่จำพวกนี้ ต้องมีปัญหาแน่นอน เพราะแม้แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังสุด นักการเมืองที่ประชาชนไว้วางใจน้อยที่สุดกลับได้รับเสียงไว้วางใจในสภาผู้ แทนราษฎรมากที่สุด?
       
       ระบบที่เป็นอยู่จึงเป็นระบบที่เอื้ออำนวยให้คนชั่วปกครองบ้านเมือง คน (ดูเหมือนดี) ก็อยู่ในระบบที่ส่งเสริมให้คนไม่ดีได้มีอำนาจ
       
       ที่เป็นอย่างนี้เพราะนักการเมืองยึดถือเอาเงินเป็นใหญ่ นักการเมืองซื้อเสียงโกงการเลือกตั้ง ขายตัวย้ายข้างได้อย่างไร้อุดมการณ์ โกงทุจริตคอร์รัปชันแล้วนำเงินมาจ่ายเป็นเงินเดือนให้พรรคและซื้อตัว ส.ส.นักการเมืองเหล่านี้จึงคุยกันด้วยภาษาเงินเป็นเสมือน “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยเงิน”
       
       ถ้านักการเมืองคุยกันเรื่องเงินเป็นใหญ่ คนที่รวยมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใดคนโกงมากที่สุดก็จะเป็นคนรวยมากที่สุด จึงย่อมต้องได้รับความไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด
       
       เลขาธิการพรรคการเมืองที่โกงเงินแผ่นดินมาใช้ในการเลือกตั้งและจ่าย ค่าใช้จ่ายในพรรค จึงไม่เคยแพ้ในการยกมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ และได้เสียงอย่างท่วมท้นในทุกยุคทุกสมัย
       
       ไม่มีประโยชน์อันใดแล้วที่จะมาข่มขู่ประชาชนว่าระวังถ้าไม่เลือก “พรรคแมลงสาบ” แล้ว “พรรคปูแดง” จะต้องมา เพราะไม่ว่าจะเลือกพรรค “แมลงสาบ” หรือ “พรรคปูแดง” เข้าสู่อำนาจสัตว์การเมืองเหล่านี้ก็จะไปโกงบ้านกินเมืองต่อไปสร้างความ เดือดร้อนให้กับประชาชนไม่รู้จบสิ้น
       
       ถ้าเลือก “พรรคปูแดง” ก็จะมุ่งไปทำลายหลักนิติรัฐ เพื่อช่วยเหลือญาติพี่น้องและพ้องพวก ทุจริตคอร์รัปชัน ใช้เงินเป็นใหญ่ รวบอำนาจเอาไว้กับคนในครอบครัว เป็นที่รวมของคนที่คิดร้ายต่อสถาบัน ยกแผ่นดินไทยให้เป็นของชาติอื่น ซึ่งแน่นอนว่าถ้ายังเดินหน้าต่อไปในลักษณะนี้ ก็จะมีประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้านอย่างไม่รู้จบสิ้น
       
       ถ้าเลือก “พรรคแมลงสาบ” ให้กลับเข้ามาบริหารประเทศ ประชาชนก็ต้องเดือดร้อนอีกเช่นกัน ประชาชนต้องอพยพหนีออกจากแผ่นดินไทยไม่รู้อีกกี่รอบ ข้าวยากหมากแพงไม่รู้อีกกี่หน ต้องเข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์มไม่รู้อีกกี่ครั้ง ต้องหวาดผวาวิตกกังวลที่มีคนใช้ความรุนแรงและเผาบ้านเผาเมืองที่ได้ รับประกันตัวออกมานอกคุกอีกกี่ครา และต้องออกมาชุมนุมต่อต้านเพราะโกงบ้านกินเมืองอย่างไม่รู้จบสิ้นเช่นกัน

       
       ดังนั้น ไม่ว่าได้ “พรรคปูแดง” หรือ “พรรคแมลงสาบ” มาก็ไม่ต่างกัน คือ ประชาชนต้องเดือดร้อนเหมือนกัน ประเทศชาติก็ต้องถูกทำร้ายจากนักการเมืองเหล่านี้อย่างแสนสาหัสเหมือนกัน
       
       อย่างน้อยประชาชนที่หย่อนบัตรลงคะแนนแล้วไม่เลือกใคร ก็ได้ภาคภูมิใจว่าคะแนนของเราไม่ได้เป็นคะแนนสมรู้ร่วมคิดถูกนักการเมืองที่ทำร้ายประเทศชาติเอาไปอ้างในการปู้ยี่ปู้ยำบ้านเมือง จึงเท่ากับว่าคะแนนของเราไม่ได้มีส่วนไปทำบาปและทำร้ายให้กับประเทศชาติ
       
       แม้คะแนนที่กากบาทไม่เลือกใครจะไม่ได้มีผลทางกฎหมายในการเลือกใคร เข้าสู่อำนาจ แต่การกากบาทไม่เลือกใครนั้นมีอำนาจที่จะกำหนดว่ารัฐบาลจะอยู่เป็นรัฐบาลต่อ ไปได้นานหรือไม่
       
       ดังนั้นหากมีคนกากบาทไม่เลือกใครจำนวนมากจะเท่ากับเป็นการลดความชอบ ธรรมของนักการเมืองซึ่งถือเป็นแรงกดดันและพลังอำนาจต่อรองในการควบคุม พฤติกรรมของนักการเมืองได้
       
       แต่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ การกากบาทไม่เลือกใครนั้นยังเป็นการส่งสัญญาณโดยมีการนัดหมายที่ไม่ยอมจำนน ต่อระบบที่เน่าเฟะ จึงมีความชอบธรรมในการเรียกร้องปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ เพื่อให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการเมืองที่ล้มเหลว
       
       ดังนั้น การหย่อนบัตรลงคะแนนโดยไม่เลือกใครได้ชัยชนะกับตัวเองว่าคะแนนของเราไม่ได้ ไปมีส่วนทำร้ายและทำบาปกับประเทศชาติ แต่ถ้าชวนคนรอบข้างและคนอื่นๆ ไปร่วมกันไม่ทำบาปและทำร้ายประเทศชาติกันมากๆ เพื่อเรียกร้องนำไปสู่ในการปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่จะถือว่าทำบุญให้กับประเทศครั้งใหญ่
       
       อย่าลืม 3 กรกฎาฯ เข้าคูหา กาไม่เลือกใคร!!!
บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
see-u
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 708



« ตอบ #27 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2011, 02:05:24 PM »

** จะว่าไปแล้ว..มีการพยายามโยนความผิดมาที่กลุ่ม โหวตโน จากพวกแม่ยกแมงสาบ
ว่าจะทำให้แม้วกลับมา และเป็นตัวถ่วง
ประเด็นนี้น่าจะมีการหยิบไปโต้กลับมั่งนะ..

เพราะฐานเสียงของแมงสาบ..มันมีอยุ่
และแน่นอนว่าการรณรงค์ โหวต โน ..ย่อมไม่สามารถไปเปลี่ยนใจกลุ่มคนเหล่านี้ให้ไป โหวต โน ได้
เช่นกัน .. ฐานเสียงของพวกเสื้อแดง มันก็มีของมัน
ยังไงมันก็ไม่เปลี่ยนใจไปเลือก ปชป. หรอก ...และคงไม่ โหวต โน ด้วย
เพราะฉะนั้น...การ โหวต โน จะไปกระทบอะไรกะ 2 กลุ่มนี้

คนพวกนี้มันสันดานเสีย...
ระรานแม้กระทั่งสิทธิ์ของคนอื่น ...
เขาไม่เลือกใครมันก็มาด่าเขา โยนความผิดให้เขา
ไม่หันกลับไปมองไอ้พวกนักกินเมืองที่พวกมันคอยชูหางมั่ง...
ผ่านงบคืนเดียวเป็นแสนล้าน ..ไม่มี ไอ้ อี ตัวไหนเอ่ยตำหนิสักตัว
ถ้านักการเมืองพวกนี้ดีจริง..ต่อให้รณรงค์ โหวต โน แค่ไหน ..ก็ไม่มีคนสนใจไปกาช่องนั้นหรอก !!

บันทึกการเข้า

,.. See - U Never Die ..,

** ข้ออ้างจากพวกหิวคะแนน..

แมงสาบ : ไม่เลือกเราเขา (แม้ว) มาแน่
ตะกวดแดง : เลือกเรา " แม้ว "จะกลับมา


ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา : ถ้าไม่มีคนดีก็ไม่ต้องเลือก พรรคการเมืองอย่าดูถูกประชาชน
Snowwolf
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1286



« ตอบ #28 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2011, 02:49:35 PM »

 ฐานเสียงแมลงสาปมีครับ แต่มันไม่พอ มันรู้ว่าแค่แมลงสาปเลือกกันเองยังไงก็แพ้เสื้อแดง
 การออกมาเกรี้ยวกราดระรานผู้คนของกองทัพแมลงสาปจึงไม่น่าแปลกใจครับ  กลุ่มที่เสียประโยชน์และเดือดกำลังดิ้นเหมือนแมลงสาปโดนน้ำยาล้าง จานให้แสบๆ คันๆ แต่ยังไม่ถึงตาย ก็คือพรรคปชป.และพวกพ่องยก แม่งยก นี่ละครับ ช่วงนี้เกรี้ยวกราดหนักแน่นอน    อย่าไปสนใจไรกับพวกแมลงสาปมากครับ มันจะพูดอะไรปล่อยมัน คิดซะว่าเป็นเสียงแมลงสาปโดนน้ำยาล้างจานแสบเนื้อแสบตัวร้องครวญคราง ถ้ารำคานก็ฟาดไปซะทีสองทีพอสังเขปครับ    

ป.ล.ตอนนี้ผมห่วงคุณวีระ กับ คุณราตรีมากกว่า เพราะสังเกตุว่าสื่ออื่นไม่สนใจเลย  คนทั่วไปก็ไม่สนใจ ได้แต่ขอสิ่งศักดิ์สิทธ์ปกป้องคุ้มครองทั้งสองท่าน ขอให้ปลอดภัย และมีกำลังใจ และได้กลับมาโดยเร็ววันครับ  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 18, 2011, 04:43:10 PM โดย Snowwolf V.มารบูรพา » บันทึกการเข้า

จะเรียกตนเองว่าคนได้อย่างไรหากไร้ซึ่งการทำความดี
คุณค่าของคนอยู่ที่การทำความดี หาใช่การทำเงิน
personal jesus
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6295



« ตอบ #29 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2011, 02:58:03 PM »



อ้างถึง
ป.ล.ตอนนี้ผมห่วงคุณวีระ กับ คุณราตรีมากกว่า เพราะสังเกตุว่าสื่ออื่นไม่สนใจเลย  คนทั่วไปก็ไม่สนใจ ได้แต่ขอสิ่งศักดิ์สิทธ์ปกป้องคุ้มครองทั้งสองท่าน ขอให้ปลอดภัย และมีกำลังใจ และด้กลับมาโดยเร็ววันครับ 


สื่อเมืองไทยน่าล้างบาง...
รัฐบาลสัตว์มารค์ รวมทั้งสาวกที่เคยเยาะเย้ยคุณวีระ คุณราตรี
สัตว์ทุกตัว ใจดำจริงๆสัตว์พวกนี้


 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!