ประชาทนธิปไตย : V.2 กี่ปีผ่านไป ยังทนไม่เปลี่ยน
กันยายน 21, 2014, 07:05:13 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ห้ามลงโฆษณา
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สัมมาสิกขา - เยาวชนแห่งความหวัง ต้นกล้างดงามจากสันติอโศก  (อ่าน 7768 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12738



« เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 12:32:07 AM »

โรงเรียนสัมมาสิกขา
ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา


       เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มและชุมชนสันติอโศก เป็นโรงเรียนพึ่งตนเอง ดำเนินชีวิตตามแนวคิดของท่านสมณะโพธิรักษ์ มีการเรียนรู้ในหลายๆ ส่วน เน้นการลงมือปฏิบัติที่ใช้วิธีคิดใหม่ เช่น การเกษตรปลอดสารพิษ ที่เด็กนักเรียนเป็นผู้ลงมือทำ จนเกิดเป็นผลผลิตเพื่อเลี้ยงตนเอง และนำส่วนที่เหลือไปจำหน่ายต่อสังคมในราคาถูก เป็นโรงเรียนในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ต่อมาได้เปิดสาขาตามจังหวัดต่างๆ เช่น นครปฐม ศรีสะเกษ ฯลฯ

โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก มิได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อการแสวงหากำไร แต่เกิดจากความศรัทธาของผู้ปฏิบัติธรรม ที่ได้ปฏิบัติธรรมจนถือศีล ๕ ได้เป็นอย่างต่ำ เว้นขาดจากอบายมุข และรับประทานอาหารมังสวิรัติ ครูบางคนอาจจะถือศีล ๘ หรือมากกว่านั้น ในกรณีที่เป็นสมณะที่บวชตามพระธรรมวินัยและสิกขมาตุ

จากความเชื่อมั่นในวิถีชีวิตแบบบุญนิยม ทำให้เกิดระบบการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรม จนสามารถขยายไปสู่เยาวชนที่เต็มใจจะปฏิบัติธรรม รับการอบรมจากโรงเรียนสัมมาสิกขาแห่งนี้ ตามปรัชญาที่เรียงลำดับความสำคัญว่า ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา


ลักษณะเด่นของโรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก ที่ต่างจากโรงเรียนเอกชนทั่วไป
:: ไม่เก็บค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมใดๆ
:: ครูทุกคนมีความสมัครใจที่จะไม่รับเงินเดือน
:: นักเรียนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบพื้นฐานที่โรงเรียนกำหนด ได้แก่ ถือศีล ๕ ละอบายมุข รับประทานอาหารมังสวิรัติ ตลอดจนระเบียบอื่นๆ และต้องพักค้างในโรงเรียนหรือบริเวณพุทธสถาน

มีสวัสดิการจากชุมชนปฐมอโศกมอบให้นักเรียน เป็นเสื้อผ้า อาหาร ที่พัก และยารักษาโรค ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์การพึ่งตนเอง และเป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่น


นโยบายและแผนการศึกษา

::อบรมและฝึกฝนผู้สอน ให้เป็นผู้เสียสละ เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้เรียนในด้านคุณธรรมและความประพฤติ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง

::ให้ เป็นผู้นำทางวิชาการ สามารถบูรณาการวิชาความรู้ต่างๆ ไปพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่อุดมด้วยคุณธรรม มีสัมมาอาชีพเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับจุลภาค

::จัดการศึกษาแบบพึ่งตนเอง ให้สอดคล้องกับชีวิตจริงตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน

::ผลิตนักเรียนออกไปรับใช้ชุมชน สังคม ประเทศ และมวลมนุษยชาติ

หลักสูตรที่ผู้เรียนจะต้องผ่านทุกคนคือ หลักสูตรกสิกรรมไร้สารพิษ
ฝึกปลูกผัก ทำนา รักษาธรรมชาติ
ชีวิตคือการเรียนรู้ อาจจะไม่ได้อยู่ในตำรา
ชีวิตจริงที่มีความสุข คือชีวิตที่ได้ถือศีล
ชีวิตที่เรียบง่าย เป็นความสบายของชีวิต



คุณสมบัติผู้สมัครเข้าศึกษา

๑. นักเรียน และผู้ปกครองต้องเต็มใจ และยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน
๒. มีสัญชาติไทย
๓.ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคอันเป็นที่อุปสรรคต่อการเรียน


กฎระเบียบของนักเรียนโรงเรียนสัมมาสิกขา

      เพื่อให้นักเรียนอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก และสามารถพัฒนาตนให้ดำรงอยู่ในกุศลธรรมยิ่งๆ ขึ้น กฎระเบียบของนักเรียน มีดังนี้

๑. ถือศีล ๕ ละอบายมุข รับประทานอาหารมังสวิรัติ ( งดเว้นเนื้อสัตว์ ) ตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่
๒. ตรวจศีลทุกวัน และเขียนบันทึกอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง
๓. ตื่นนอนไม่เกิน ๐๔.๓๐ น. และเข้านอนไม่เกิน ๒๑.๐๐ น.     
ไม่นอนระหว่าง ๐๔.๓๐ น. -  ๑๘.๐๐ น. ยกเว้นผู้ป่วย
๔. ต้องปฏิบัติกิจวัตรตามที่โรงเรียนกำหนดไว้
๕. ต้องเข้าประชุมตรวจศีล และชี้ขุมทรัพย์
๖. เป็นนักเรียนกินนอนประจำ จะออกนอกสถานที่ได้ต้องได้รับ อนุญาตจากคณะคุรุฝ่ายปกครอง
และกลับไปเยี่ยมบ้านเฉพาะช่วงปิดภาคเรียน โดยมีผู้ปกครองมารับ - ส่ง
๗. ไม่ใช้เครื่องประดับ และเครื่องตกแต่งเพื่อความสวยงามรวมทั้งเครื่องสำอางนานาชนิด และของมีค่า ฟุ่มเฟือย
๘. มีของใช้ส่วนตัวดังนี้
ก. เสื้อผ้าไม่เกินคนละ ๕ ชุด เป็นชุดเครื่องแบบ ๒ ชุด  นอกนั้นเป็น  ชุดสุภาพ สี น้ำเงิน, กรมท่า, สีดำ
ข. ภาชนะแสตนเลสสำหรับใส่อาหาร และน้ำ
ค. กระติกน้ำดื่มส่วนตัว
ง. ไฟฉาย
จ. กลด หรือเต้นท์  ผ้าพลาสติกสำหรับปูที่นอน  เสื่อ  ถุงนอน
๙. ไม่สวมรองเท้า  ยกเว้นเท้าเจ็บ หรือเพื่อความปลอดภัยขณะทำงาน
๑๐. ไม่ใช้เงิน หรือสิ่งของที่เปลี่ยนเป็นเงิน ไม่ฝากเงินไว้เพื่อใช้ส่วนตัว
หากจำเป็นต้องซื้อ ให้เบิกหรือยืม  ส่วนกลางโดยผ่านคณะคุรุเพื่อพิจารณา                             
๑๑. เบิกของใช้ที่จำเป็นผ่านคุรุฝ่ายสวัสดิการ  จากสหกรณ์ของโรงเรียน

บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12738



« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 01:00:33 AM »



โรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก
๖๖/๖๕ หมู่ที่ ๕  ต. พระประโทน  อ.เมือง   จ.นครปฐม
โทรศัพท์ ๐๓๔  ๒๕๘๔๗๐  
โทรสาร  ๐๓๔  ๒๕๘๔๗๑
อีเมล summapathom@gmail.com

การทำงานอย่างเสียสละคือชัยชนะของชีวิต
กินน้อยใช้น้อย  ทำงานให้มาก  ส่วนที่เหลือจุนเจือสังคม
รักนักเรียนเหมือนลูกของเรา

โรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศกตั้งขึ้นเมื่อ  ๑๗  พฤษภาคม ๒๕๓๕  
โดยมี สมณะโพธิรักษ์  โพธิรักษ์ขิโตเป็นผู้นำในการก่อตั้ง


เป็นโรงเรียนเอกชนตามมาตรา ๑๕ (๓)  ประเภทการศึกษาสงเคราะห์และการศึกษาพิเศษ  แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕  ทำการสอนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๖  รับนักเรียนอยู่ประจำ   ไม่เก็บค่าธรรมเนียมและไม่มึค่าใช้จ่ายในการเรียน โดยได้รับการอุดหนุนจากกระทรวงศึกษาธิการและชุมชนปฐมอโศก


        มีครูและชาวชุมชนปฐมอโศกช่วยกันอบรมนักเรียนโดยไม่รับเงินเดือนตอบแทน มีกิจกรรมที่แตกต่างจากนักเรียนทั่วไปคือ การฟังธรรม  การประชุมตรวจเช็คศีล และการเรียนการสอนที่มีสัดส่วน  ศีลเด่น  เป็นงาน  ชาญวิชา  ในอัตราส่วน  ๔๐: ๓๕: ๒๕  

        ใช้โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช ๒๕๔๔  และหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑


แหล่งเรียนของโรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก
โรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศกมีการเรียนการสอนบูรณาการโดยใช้แหล่งเรียนรู้ของชุมชนปฐมอโศกดังต่อไปนี้

๑. แหล่งเรียนรู้ศูนย์เจาะวิจัยสมุนไพรไทย
เป็น แหล่งเรียนรู้เรื่อง  สรรพคุณพืชสมุนไพร  การผลิตยาสมุนไพร การจำหน่ายยาสมุนไพร  เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รับนักเรียนที่เลือกเรียนเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์  และเป็นห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก
๒. แหล่งเรียนรู้ศาลาค้า
๓. แหล่งเรียนรู้ศาลากิจถั่ว (เต้าหู้  ซีอิ้ว เต้าเจี้ยว กะปิเจ เป็นต้น)
๔. แหล่งเรียนรู้ชวนชื่น (อาหารเสริมธัญพืชต่างๆ  เช่นถั่ว  งา  ลูกเดือย ฯลฯ)
๕. แหล่งเรียนรู้ชวนกิน (อาหารสำเร็จรูปจากเห็ด  ถั่วต่างๆ และน้ำพริกชนิดต่างๆ)
๖. แหล่งเรียนรู้ร้านอาหารมังสวิรัติ
๗. แหล่งเรียนรู้งานตัดเย็บเสื้อผ้า
๘. แหล่งเรียนรู้สวนผักกสิกรรมธรรมชาติ
๙. แหล่งเรียนรู้ทุ่งนาแรงรักแรงฝัน
๑๐. แหล่งเรียนรู้โรงปุ๋ยพลังแผ่นดิน
๑๑. แหล่งเรียนรู้ขยะวิทยา (การจัดการขยะ)
๑๒. แหล่งเรียนรู้ชราภิบาล (การดูแลผู้สูงอายุและการดูแลผู้ป่วย)
๑๓. แหล่งเรียนรู้โรงแชมพู  (การทำแชมพู สบู่เหลว  น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน  เป็นต้น)
๑๔. แหล่งเรียนรู้สวนเห็ด
๑๕. แหล่งเรียนรู้ศาลาเสียงและการผลิตรายการ FMTV

ศาลาขยะขยัน  
เป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการขยะ  การคัดแยกขยะ  และการนำเศษวัสดุไปผลิตของใช้  
การบริหารจัดการชยะในชุมชน  การแปรรูปขยะ  และการจำหน่ายสินค้ามือสองด้วยราคาที่ผู้ซื้อพึงพอใจ(แล้วแต่จะให้)

แหล่งเรียนรู้สุขภาพ  (การดูแลผู้สูงอายุและการดูแลผู้ป่วย)
เป็นแหล่งเรียนรู้  การดูแลสุขภาพแบบต่างๆเช่น  แผนปัจจุบัน  แพทย์แผนไทย  โภชนบำบัด
และห้องพยาบาลห้องโรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก

แหล่งเรียนรู้สวนเห็ด

ร้านค้าชุมชนปฐมอโศก
สินค้ามาจากนักเรียนและคนในชุมชน เช่น ยาสระผม สมุนไพรต่างๆ
ช่วงชุมนุมที่มัฆวาน สินค้ามากมายมาจากที่นี่ ในร้านของกองทัพธรรม
ทึ่งมากกับแชมพูประคำดีควาย เพราะตัวเองไว้ผมยาว ใช้แชมพูปกติทั่วไป ผมจะร่วง
เมื่อก่อน เป็นคนไม่ศรัทธาเหมือนกัน แต่ไม่เคยลบหลู่ ในชาวชุมชนอโศก
อาจจะเพราะไม่เคยได้สัมผัสกับพวกเขา ตั้งแต่ตามคุณพ่อไปหลายชุมชน
ศรัทธาเริ่มเกิด กับสิ่งที่คนในชุมชนนี้ปฏิบัติ และการคืนกลับให้สังคม
ทุกวันนี้ดิฉันและคนในครอบครัว ใช้สินค้าจากชุมชนอโศก ไร้สารพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2011, 01:08:46 AM โดย noway2know » บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
personal jesus
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6295



« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 01:32:14 AM »



ขอบคุณมาก 
ถ้ามีโอกาสจะให้คนที่บ้านไปซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้...
สนใจโรงเรียนด้วย ไม่ทราบมาก่อน..
บันทึกการเข้า
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12738



« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 01:36:56 AM »


ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณเหมือนกันค่ะ
ช่วยกันอุดหนุนสังคมดีๆ  

ชื่นชมคนในสันติอโศกมาก หลังจากได้สัมผัสกับพวกเขา
จากเมื่อก่อน นับถือ แต่คุณลุงจำลอง

แชมพูประคำดีควาย - ปฐมอโศก

น้ำยาล้างจาน ใช้ดี ราคาถูก ไม่มีฟอง แต่มือไม่ลอก

มีเพื่อนคนหนึ่ง ไปต่างจังหวัดด้วยกัน ดิฉันพกยาสีฟันชุมชนอโศกตรายายเกิด สบู่ขมิ้นชันย่านาง จากหัวเราะ เมื่อเห็น
เลยบอกลองใช้ดูซิ ใบข่อย กานพูล พิมเสน พวกนี้ไม่มีเคมีตกค้างในตัวเรา
ทุกวันนี้เธอหันมาใช้โลชั่นย่านาง ครีมแตงกวา หัวไชเท้า สินค้าจากชุมชนอโศก
ส่วนเครือญาติที่ใต้ ใช้วิธีหลอกล่อ ด้วยการซื้อให้ไปลองใช้ก่อน

ทุกชุมชนของอโศก ผลิตใช้เองในชุมชน
และจำหน่ายด้วย ราคาถูกมากๆๆๆๆๆ


อยู่ในกรุงเทพ อุดหนุน ได้ที่สันติอโศก บึงกุ่มนะค่ะ
ที่นี่เป็นศูนย์รวมร้านค้า จากทุกชุมชนของอโศก


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2011, 02:15:17 AM โดย noway2know » บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
Sang  La
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 258


สายใย  แห่งท้องทุ่ง


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 01:18:16 PM »


ขออภัย
ขอเก็บข้อความไปคุยหลังไมค์แทนเน้อ


         
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 19, 2011, 01:12:03 PM โดย ชาวกบ » บันทึกการเข้า
personal jesus
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6295



« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 01:59:38 PM »


สนใจแชมพู .. กลัวผมร่วง ผมบาง
ใช้แต่พวกแชมพูสารเคมีเยอะมานานแล้ว  
แล้วก็สินค้าหลายๆอย่าง

ขอบคุณ คุณชาวกบมากๆนะ แล้วจะแวะดู
ถ้ามีโอกาสกลับไทยคราวหน้า...จะพยายามเปลี่ยนของใช้ภายในบ้าน
ตอนนี้ก็จะเอาหัวข้อนี้คุยกับน้อง...ให้เขาหาซื้อมาใช้..

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2011, 02:01:40 PM โดย personal jesus » บันทึกการเข้า
katin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 741


เส้นแบ่งระหว่างสาระและไร้ประโยชน์คืออะไร


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 07:36:11 PM »

พี่โนเวย์
ถ้ามีโอกาส  ผมอยากจะพาผู้ใหญ่จอมเครียดในบ้าน   ไปเดินดูหลานๆให้ปลงกันได้บ้างนี่  ไปทีใดดีครับ
ตะแกชอบปลื้มก๊ะ เด็กๆ
บันทึกการเข้า

ไม่มีเพื่อไทย  ก็ ไม่มีประชาธิปัตย์ 
ไม่มีนักการเมืองชั่วอย่างเหลิม  ก็ไม่มีนักการเมืองชั่วอย่างสุเทพ
ไม่มีทักษิณ แล้ว อภิสิทธิ์จะเป็นคนดีได้ที่ไหนกัน
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12738



« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 09:00:49 PM »

ศรีษะอโศก - จ.ศีรษะเกษ

ถ้าช่วงชุมนุมมัฆวาน จะแนะนำให้ไปที่นั่นค่ะ  
เด็กๆกองทัพธรรม จากแต่ละโรงเรียนสุดยอดมาก เห็นแล้วทึ่ีง
ตั้งแต่วันแรก ที่พวกเขาสร้างห้องน้ำให้พวกเรา เห็นแล้วอายเด็ก ทำไมเก่งกันจังเลย


สะดวกที่ไหนไปที่นั่นค่ะ ชุมชนอโศกล้วนแต่อัธยาศัยดีค่ะ

บ้านราชเมืองเรือ(ราชธานีอโศก) อุบลราชธานี

หรือถ้าเครียดมาก แบบสุขภาพไม่ค่อยดีด้วย ไปค่ายสุขภาพไหมค่ะ อย่างโรงเรียนผู้นำคุณลุงจำลอง หรือสวนป่านาบุญ บ้านหมอเขียว ที่มุกดาหารก็ได้ค่ะ
ที่จริงอย่าคิดว่าเข้าค่าย หรืออะไรเลยค่ะ ไปอยู่อย่างเรียบง่าย ได้ความรู้ และสุขภาพที่ดีกลับมาค่ะ
รวมถึงความรู้ที่ได้ เรามาแบ่งปันคนอื่นได้ด้วย ความสุขส่งต่อ
ดูรายละเอียดได้จากกระทู้นี้นะค่ะ ถ้าใครสนใจไป
แพทย์วิถีธรรม - หมอที่ดีที่สุดคือตัวคุณเอง
http://www.prachathon.org/forum/index.php?topic=2638.0


โรงเรียนสัมมาสิกขา สันติอโศก ถ.นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร
โรงเรียนสัมมาสิกขา ปฐมอโศก ต.พระประโทน อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม
โรงเรียนสัมมาสิกขา ศีรษะอโศก ต.กระแซงใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศีรษะเกษ
โรงเรียนสัมมาสิกขา ศาลีอโศก ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์
โรงเรียนสัมมาสิกขา สีมาอโศก อ.เมือง จ.นครราชสีมา
โรงเรียนสัมมาสิกขา ราชธานีอโศก ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี




ค่ายยุวพุทธทายาท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 09, 2014, 01:34:59 PM โดย noway2know » บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
Not politicians
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2712



« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 09:14:57 PM »


เห็นภาพแล้วดูมีความสุข
วิถีแบบชาวบ้านๆ เรียบง่าย

เหมาะเจาะกับคำว่าพอเพียง


ปั้นปลายชีวิต ผมอาจจะไปอยู่ที่ตรงนั้นก็ได้
เพราะช่วงวัยเยาว์ ผมก็เริ่มจากตรงนั้นมา เหมือนกัน


 
บันทึกการเข้า

กูอายแทนที่เห็นพวกเหี้ยหาแดกกะ พธม. โว้ยย.. 

noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12738



« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2011, 03:37:54 AM »


ปี ๒๕๑๗ สมณะจากสำนักสันติอโศก ได้จาริกไปปักกลดที่ ป่าช้าสาธารณประโยชน์บ้านกระแชง ที่ชาวบ้านใช้เป็นที่ฝัง หรือ เผาศพ ห่างจาก ตัวอำเภอกันทรลักษ์ ไปทาง จังหวัดศรีสะเกษ ๕ กิโลเมตร ญาติโยมที่มาหาพระรุ่นแรกนั้น เพื่อ จะขอหวยเป็นส่วนใหญ่ สมณะชาวอโศกจึงถือโอกาส เผยแพร่ธรรมะที่เป็นโลกุตระ ซึ่งตรงข้ามกับความต้องการ ของผู้มา โดยได้ใช้ป่าช้าแห่งนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรม

ระยะแรกการเทศน์การสอนจะ เน้นให้ถือศีล ๕ ศีล ๘ ให้ลด ละ เลิกอบายมุข โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด การพนัน หันมาสร้างเมตตาธรรม ด้วยการ เลิกทานเนื้อสัตว์ มีผู้สนใจ และ นำไปปฏิบัติจนเกิดความมั่นคงในตัวเองหลายคน

ปี ๒๕๑๙ จำนวนผู้ปฏิบัติธรรมมีมากขึ้น ทั้งใน จังหวัดศรีสะเกษ และ จังหวัดใกล้เคียง ผู้ปฏิบัติธรรมเหล่านี้ได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้น ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงรู้จักกันในนาม ป่าช้า โดยมีสมณะจากสำนักสันติอโศกมาอยู่ประจำ และ ผลัดเปลี่ยนกันมาจำพรรษา

เมื่อถึงวันพระ ญาติธรรมจะมาช่วยกันลงแขกปลูกต้นไม้ สร้างศาลาฟังธรรม และ โบสถ์อย่างเรียบง่าย สร้าง กุฏิกว้าง ๗ คืบ ยาว ๑๒ คืบ ระหว่างต้นไม้ และ ปรับปรุงพื้นที่ป่าให้สะดวกต่อการเดินจงกรม พร้อมทั้งสร้างห้องน้ำห้องส้วมให้เพียงพอ


จัดงานอบรมธรรมประจำปี
ในวันมาฆบูชา ปี ๒๕๑๙ ได้จัดงานอบรมธรรมะขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกว่างาน “ปลุกเสกพระแท้ๆ ของพุทธ” คือทำคนให้เป็นพระ หรือ ผู้ประเสริฐ ใช้เวลา ๗ วัน และ ถือเป็นงานประเพณีสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน เลื่อนไปเป็นช่วงเดือนเมษายนก่อนวันสงกรานต์ เพื่อ ความลงตัว


เกิดหมู่บ้านพุทธธรรม
ปี ๒๕๓๐ ญาติธรรมใน จังหวัดศรีสะเกษ และ จังหวัดใกล้เคียง ที่สนใจมาปฏิบัติธรรมที่ “พุทธสถานศีรษะอโศก” นั้น ได้จัดให้มีงานอุโบสถเดือนละ ๑ ครั้ง ทุกวันเสาร์-อาทิตย์แรก ของเดือน และ นอนค้างคืน ส่วนกลุ่ม “แซงแซวน้อยเรียนธรรม” ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนนั้น มีการอบรมทุกวันอาทิตย์ และ นอนค้างที่วัดกันอยู่แล้ว

ญาติธรรมอีกส่วนหนึ่งอยากอยู่ใกล้ๆ พุทธสถาน จึงได้ร่วมกันสร้างชุมชนขึ้น ใช้ชื่อว่า “หมู่บ้านพุทธธรรม” ในเนื้อที่ ๘ ไร่ โดยมีชุมชนปฐมอโศกเป็นต้นแบบ ถือเป็น ชุมชนบ้านนอก เพราะ ผู้มาอยู่เป็นคนบ้านนอก และ ยากจน

กฏระเบียบ ของหมู่บ้านพุทธธรรม

1. สมาชิกชุมชนต้องถือศีล ๕ ละอบายมุข เป็นอย่างต่ำ และ ทานอาหารมังสวิรัติ ไม่เกินวันละ ๒ มื้อ

2. ห้ามมีเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนตัวในชุมชน เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า เตารีด เครื่องปั่นผลไม้ต่างๆ ฯลฯ

3. ห้ามเลี้ยงสัตว์ หรือ นำสัตว์เลี้ยงใดๆ เข้ามาในหมู่บ้าน

4. ห้ามทำธุรกิจ เพื่อ การส่วนตัวในหมู่บ้าน

5. ห้ามนำเดรัจฉานวิชาเข้ามาในหมู่บ้าน เช่น เครื่องราง ของขลัง การทรงเจ้าเข้าผี หมอดู ไสยศาสตร์ต่างๆ ฯลฯ

ขนาดของบ้านนั้น ให้สร้างในพื้นที่ไม่เกิน ๒๕ ตารางเมตร เป็นทรงไทย ใต้ถุนสูง มีบ่อน้ำใช้ร่วมกันทุกๆ ๔ หลัง

เริ่มแรกมีบ้านอยู่ ๖ หลัง มีประชากรอยู่ประจำ ๑๐ คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ส่วนญาติธรรมอื่นก็ไปๆ มาๆ โดยอาศัยหมู่บ้านเป็นที่พักค้าง กิจวัตรประจำวันคือ ทำวัตรเช้า ทำความสะอาดบริเวณพุทธสถาน ศึกษาธรรมะ ทำวัตรเย็น ช่วงนี้เป็นช่วงที่ไม่มีกิจกรรมใดๆ รายได้ส่วนใหญ่เกิดจากการบริจาค ของญาติธรรม เสบียงจากสันติอโศก ซึ่งก่อนหน้านี้มีเฉพาะคนวัดจำนวนไม่มาก อาศัยข้าวก้นบาตรพระ และ อาหารที่ญาติโยมนำมาถวาย ก็พออยู่กันได้ตามอัตภาพ แต่ เมื่อมีคนมากขึ้น ทุกคนก็มาแบบตัวเปล่า จึงต้องมาสัมผัสความจนร่วมกัน “กล้วย ๑ ใบ หั่นเป็น ๔ ชิ้น เห็ด ๑ กิโล แบ่งกิน ๒ วัน” ไฟฟ้าไม่มีใช้ น้ำดื่มน้ำใช้ต้องขุดบ่อ และ ใช้วิธีตักเอา


ทำกสิกรรมไร้สารพิษ

ปี ๒๕๓๐ มีญาติธรรมจากกรุงเทพฯ มาซื้อที่นาจำนวน ๒๘ ไร่ ให้ส่วนกลางที่ศีรษะอโศกใช้ประโยชน์ และ ด้วยนโยบายพึ่งตนเอง ชาวชุมจึงปลูกผักกินเอง และ เนื่องจากเป็น ชุ ม ช น ช า ว พุ ท ธ ที่ทุกคนวางศาสตรา ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ จึงเป็นจุดเริ่มต้น ของกสิกรรมธรรมชาติไร้สารพิษ ปลูกพืชทุกอย่าง โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ เพื่อ การมีอยู่มีกิน โดยไม่คำนึงถึงเรื่องขาย เพื่อ นำเงินเข้า แต่ อย่างใด

ต้นปี ๒๕๓๒ ญาติธรรมได้ลงขันกันซื้อที่ดินที่บ้านซำตาโตง ๒๐ ไร่ เพื่อ ใช้เป็นที่ทำสวน โดยปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน เพื่อ ให้มีผลไม้ทานตลอดปี

ชาวชุมชนได้ขวนขวายในกิจการน้อยใหญ่ต่างๆ อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ทำทุกอย่างที่ชุมชนต้องกินต้องใช้ เช่น ทำนา ทำสวน ปลูกผัก ปลูกป่า เพาะเห็ด ทำไร่ ทำปุ๋ยชีวภาพ ฯลฯ ผลผลิตนำมารวมกันเป็นกองกลาง กินใช้ร่วมกัน ทุกคนเหมือนครอบครัวเดียวกัน จะกินจะใช้อะไรจะเน้นที่ ประโยชน์สูง ประหยัดสุด ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน จึงมีผลผลิตเหลือกินเหลือใช้ นำไปแจกจ่ายเจือจานคนอื่นได้

มรรคผลที่เกิดจากการเป็นนักปฏิบัติธรรมขั้นพื้นฐาน คือ อยู่เหนืออบายมุข อันเป็นรูรั่ว ของชีวิตได้ โดยเด็ดขาด ขยัน สร้างสรร และ เสียสละ

ธุรกิจ และ องค์กรชุมชน
ปี ๒๕๓๕ เกิดธุรกิจต่างๆ ดังนี้


1. โรงสีข้าวกล้องขนาดเล็ก สีเฉพาะข้าวกล้องอย่างเดียว เพื่อ ใช้บริโภคในชุมชน ส่วนเกินส่งขายในราคาถูก

2. แชมพูสมุนไพร น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า

3. เพาะเห็ดในโรงเรียน

4. ร้านค้าชุมชน

ปี ๒๕๔๐ ชุมชนศีรษะอโศกเริ่มเข้าสู่ภาวะที่ครบวงจร และ พึ่งตนเองได้ค่อนข้างสมบูรณ์ มีผู้มาศึกษาดูงาน และ ขอเข้ารับการอบรมทุกระดับอาชีพเฉลี่ยเดือนละ ๑,๐๐๐ คน หลักสูตรการอบรมเน้นการถือศีล ๕ ละอบายมุข โดยเคร่งครัด และ คุณธรรม ๖ ประการ คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ กตัญญู


มีการปรับองค์กรใหม่ คือ
ตั้งเป็นหมู่บ้าน ของกระทรวงมหาดไทย มีผู้ใหญ่บ้าน และ อบต.


ตั้งโรงเรียน ๒ โรงเรียน คือ โรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศก เปิดสอนชั้น ป. ๑–ม. ๖ และ โรงเรียนสัมมาอาชีวสิกขาศีรษะอโศก เปิดสอนระดับ ปวช. เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล ตามพระราชบัญญัติการศึกษา เอกชน มาตรา ๑๕(๓) นักเรียนอยู่ประจำที่โรงเรียน ไม่เก็บค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ ค่าอุปกรณ์การศึกษา ค่ารักษาพยาบาล ชุมชน
เป็นผู้รับผิดชอบ
ทั้งหมด

ศีรษะอโศก เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมตามแนวทาง มรรคมีองค์แปด จึงยินดี และ เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจจะพัฒนาจิตวิญญาณให้สูงขึ้น เข้ามาศึกษาปฏิบัติ โดยมีหลักการดังนี้


1. ผู้สนใจขอเข้ามาศึกษา จะต้องแจ้งความจำนงต่อสมณะ หรือ ผู้ใหญ่บ้าน และ อยู่ในฐานะ อาคันตุกะจร โดยชุมชนจะเอื้อเฟื้อที่พัก และ อาหารฟรี

2. ต้องสามารถถือศีล ๕ ละอบายมุข และ ทานอาหาร(มังสวิรัติ)ได้ไม่เกินวันละ ๒ มื้อ

3. ต้องมีความขวนขวายช่วยเหลือในกิจน้อยใหญ่ ของชุมชน

4. ต้องสามารถปฏิบัติตามกิจวัตรต่างๆ ของชุมชนได้

5. อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน ๗ วัน หากต้องการอยู่ศึกษาต่อ สามารถขอวิกัปป์ต่อได้คราวละ ๗ วัน

เมื่อครบ ๓ เดือน หากต้องการที่จะอยู่ต่อ สามารถขอเปลี่ยนเป็น อาคันตุกะประจำได้ และ ไม่ต้องขอวิกัปป์อีก


การเข้าเป็นสมาชิกชุมชน
ผู้ที่สนใจจะมาใช้ชีวิตในชุมชนในฐานะสมาชิกถาวร มีขั้นตอนดังนี้


1. ผู้ที่มีสิทธิ์ขอเป็นสมาชิกถาวร ของชุมชน ต้องมีฐานะเป็นอาคันตุกะประจำขึ้นไปเป็นเวลาอย่างน้อย ๓ เดือน

2. ต้องผ่านงานอบรมธรรมใหญ่ประจำปี

3. ต้องมีผู้นำเสนอเข้าหมู่ จะเสนอ ด้วยตนเองไม่ได้

4. ต้องผ่านการยอมรับจากที่ประชุมชุมชน ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์เท่านั้น

ผู้ที่เป็นสมาชิกถาวร จะได้รับสวัสดิการทุกอย่างจากชุมชน เช่น ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม การรักษาพยาบาล การเดินทาง ฯลฯ

องค์ประกอบที่เป็นพลัง ของการพัฒนาชุมชน คือ “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน) ที่ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน มีศาสนาเป็นแกนศรัทธาหล่อหลอมความเห็นให้เป็นหนึ่งเดียว

บทบาท ของผู้นำ คือ ผู้ รั บ ใ ช้ ไม่ใช่นาย ไม่มีการ แต่งตั้ง หรือ เลือกตั้ง แต่ จะมีการยอมรับ โดยธรรม เพราะ คุณธรรม และ การเสียสละที่อุทิศให้ แก่สังคม


แก่นฟ้า แสนเมือง

ชุมชนศีรษะอโศก เป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร เรื่องการผลิดผักปลอดสารพิษ มีการปลูกพืช ผัก ผลไม้ และสมุนไพรในลักษณะผสมผสาน โดยไม่ใช้สารเคมี แต่ใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ผลิตขึ้นเอง ภายในชุมชนมีการจัดการที่เป็นระบบ นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินและได้รับความรู้จากการนำชมและสาธิตกิจการต่างๆ ของชุมชน เช่น ศูนย์วัฒนธรรมชุมชน โรงงานปุ๋ยชีวภาพ โรงงานเพาะเห็ดนางฟ้า, เห็ดหลินจือ โรงสีข้าวกล้อง ไร่เกษตรตัวอย่าง แปลงผักปลอดสารพิษ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร และสถานีวิทยุชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้ทุกวัน

สถานที่ติดต่อ ชุมชนศีรษะอโศก ต.กระแซง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โทร. 0-4563-5767, 635691


ชาวบ้านตำบลภูเงินกลุ่มหนึ่ง
สมัครใจไปเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์
แบบครบวงจรที่ศูนย์การเรียนรู้ศรีษะอโศก และด้วยการสนับสนุนทั้งความรู้
และกำลังใจจากเครือข่ายที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สมาชิกหลายคนใน
กลุ่มจึงหันมาทำเกษตรปลอดสารได้ ๑๐๐% ทุกวันนี้นอกจากจะผลิตพืชผักปลอดสาร
ขายให้คนในชุมชนแล้ว ชาวตำบลภูเงินกลุ่มนี้กลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายกสิกรรมไร้
สารพิษที่ช่วยกันขยายความคิดชักชวนเพื่อนบ้าน รวมถึงเด็ก ๆ ในโรงเรียนภูเงิน
ทำโครงการ ปลูกผักไร้สารพิษ เพื่ออาหารกลางวัน อีกด้วย
เครือข่าย : ชุมชนศรีษะอโศก จ. ศรีสะเกษ

สวนสมุนไพร - สวนออกกำลังกาย














บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!