ประชาทนธิปไตย : V.2 กี่ปีผ่านไป ยังทนไม่เปลี่ยน
ธันวาคม 23, 2014, 04:16:54 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ห้ามลงโฆษณา
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ระบำรองเง็ง - นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้  (อ่าน 1803 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13351



« เมื่อ: กันยายน 13, 2012, 01:39:40 AM »

<a href="http://hostarea.de/out.php/i265838_hifias174s.swf" target="_blank">http://hostarea.de/out.php/i265838_hifias174s.swf</a>

รองเง็ง มีวัฒนาการมาจากการเต้นรำพื้นเมืองของชาวเสปนหรือโปรตุเกส ซึ่งนำมาแสดงในแหลมมลายูเมื่อคราวที่ได้มาติดต่อทำการค้า จากนั้นชาวมลายูพื้นเมืองได้ดัดแปลงเป็นการแสดงที่เรียกว่า “รองเง็ง” สำหรับในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเต้นรองเง็งมาเป็นเวลาช้านาน ตั้งแต่สมัยก่อนการยกเลิกการปกครอง ๗ หัวเมืองโดยที่นิยมเต้นกันเฉพาะในวังของเจ้าเมือง ฝ่ายชายที่ได้รับการเชิญเข้าร่วมงานรื่นเริงในวังจับคู่เต้นกับฝ่ายหญิงซึ่งเป็นบริวารในวังและมีหน้าที่เต้นร็องเง็งได้แพร่หลายไปสู่ชาวบ้านโดยที่ใช้เป็นรายการสลับฉากของมะโย่ง ซึ่งมุ่งแต่ความสนุกสานและเงินรายได้เป็นสำคัญไม่รักษาแบบฉบับที่สวยงามซ้ำยังเอาจังหวะเต้นรำอื่น ๆ เช่น รุมบ้า แซมบ้าน ฯลฯ เข้าไปปะปนด้วย ทำให้คนที่เคยเต้นรองเง็งมาแต่เดิมมองเห็นว่า รองเง็งได้เปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี จึงพากันเสื่อมความนิยมไปชั่วระยะหนึ่ง

          ใน พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้มีการรื้อฟื้นรองเง็งขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยท่านขุนจารุวิเศษศึกษาการ ศึกษาธิการอำเภอเมืองปัตตานี ได้นำเพลง รองเง็งดั้งเดิม ๒ เพลง คือ ลากูดูวอ และเมาะอีนังชวา มาปรับปรุงท่าเต้นขึ้นจากรองเง็งของเดิม เพื่อแสดงในงานปิดอบรมศึกษาภาคฤดูร้อนของคณะครูจังหวัดปัตตานี ปรากฏว่ารองเง็งกลายเป็นที่แปลกใหม่ และได้รับความสนใจจากคนทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง อีกครั้งหนึ่ง

          ต่อมาสมาคมงัต สมาคมของชาวมุสลิมในจังหวัดปัตตานีซึ่งติดต่อไปมาหาสู่ระหว่างปัตตานี กลันตันมาเลเซียอยู่เสมอ ได้นำเอาเพลงจินตาซายัง ปูโจ๊ะปีชัง เลนัง ฯลฯ เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ทำให้เพลงรองเง็งมีเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีผู้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมและประดิษฐ์ดัดแปลงท่าเต้นขึ้นใหม่ เช่น จากท่าเดินของหนังตะลุง และท่ารำของไทยทำให้เพลงรองเง็งมีเพิ่มมากขึ้นซึ่งรวบรวมได้ถึง ๑๓ เพลง

          เพลงและเนื้อร้องเพลงรองเง็ง เพลงที่ใช้ มีอยู่ ๑๓ เพลง คือ ลากูดูวอ จินตาซายัง เมาะอีนังลามา อาเนาดิดิ๊ ดึนดังซายัง บุหงารำไปหรือรุมบ้ารองเง็ง มาสแมระห์ จินโยดี วักตูมาลีม ฮารี เลนนัง เมาะอินังบารู เมาะอินังแลเงาะ และเมาะอินังชวา แต่ปัจจุบันนี้ที่ปรากฏว่ายังมีการเต้นอยู่เพียง ๘ เพลง คือ ลากูดูวอ เลนนัง ปูโจ๊ะปีซัง เมาะอินังชวา จินตาซายัง เมาอินังลามา อาเนาะดิดิ๊ บุหงารำไป หรือรุมบ้ารองเง็ง ในการจัดการแสดงผู้จัดการแสดง ผู้จัดนิยมจัดแสดงเพียงครั้งละ ๓ - ๕ เพลง โดยเลือกจาก ๘ เพลง ดังกล่าว

          สถานที่และโอกาสที่แสดง แต่เดิมรองเง็งในประเทศไทยนั้นมีเล่นกันเฉพาะในบรรดา ผู้สูงศักดิ์ เช่น ในวังของพระยาพิพิธเสนามาตย์ ในโอกาสรื่นเริงสนุกสาน โดยเจ้าภาพจัดเตรียมผู้เต้นฝ่ายหญิงไว้เป็นคู่เต้นของแขกที่รับเชิญมาในงาน เช่น งานเลี้ยงหรืองานพิธีการต่าง ๆ ดังนั้น ผู้เต้นจึงมีเป็นจำนวนมาก สถานที่เต้นจึงต้องเป็นห้องโถงที่มีขนาดกว้างพอสมควร จุคู่เต้นได้จำนวนมาก
บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!