ประชาทนธิปไตย : V.2 กี่ปีผ่านไป ยังทนไม่เปลี่ยน
กรกฎาคม 24, 2014, 05:40:01 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ห้ามโพสข้อความหมิ่นสถาบันทุกกรณี
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “ประพันธ์-ชัชวาลย์”แฉกำพืดนักการเมือง ชี้ปลอมตัวเป็นสื่อ-เป็นเจ้าของแต่ไม่ยอมรับ  (อ่าน 729 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12296



« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 10:22:31 AM »

ASTVผู้จัดการ – ประพันธ์ คูณมี-ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย แฉกำพืดนักการเมืองส่อทำผิดรัฐธรรมนูญปลอมตัวเป็นสื่อ และเป็นเจ้าของสื่อกลับไม่ยอมรับ ชี้ ปชป.ต่างหากที่ผลักมิตรเป็นศัตรู ซูเอี๋ยทักษิณ เหยียบหัวประชาชน แจงหลักฐานละเอียดยิบ “กรณีลอบฆ่าสนธิ-วีระ/ราตรี-ไม่ถอดยศทักษิณ-ยัดข้อหาก่อการร้าย พธม.-ประกันเสื้อแดงเผาเมือง-อุ้มพัชรวาท”


    วันนี้ (15 ต.ค.) รายการตีแสกหน้า ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00-14.30 น. โดยมี น.ส.กมลพร วรกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ นายชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย นายประพันธ์ คูณมี และนายเทิดภูมิ ใจดี เป็นแขกรับเชิญ โดย น.ส.กมลพรกล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพรรคการเมืองในประเทศไทยจำนวนมาก ทั้งกรณีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ของพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงแรลลี่ฯ ตามหาชายชุดดำของพรรคประชาธิปัตย์
       
       นายประพันธ์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่นที่ 2 ระบุว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้ออกมาตอบโต้กลุ่มพันธมิตรฯ หลังเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ต.ค. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ รุ่นที่ 1 ได้ออกรายการกล่าวพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ และความโปร่งใสของสื่อในเครือข่ายของพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่าตั้งแต่มีข่าวความขัดแย้งระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ กับพรรคประชาธิปัตย์นั้นตนยังไม่เคยเห็นผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ออกมาแสดงท่าทีที่เป็นมิตร หรือแม้กระทั่งแสดงความขอบคุณในการต่อสู้ของประชาชนกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เสียสละ ต่อสู้ ล้มตายจนกระทั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล
       
       “คนของพรรคประชาธิปัตย์ หรือสาวกประชาธิปัตย์ มักจะบอกว่าพันธมิตรฯ ชอบผลักมิตร ผลักพรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นศัตรู ไปอยู่ฝั่งศัตรู คำถามก็คือว่า พรรคประชาธิปัตย์คิดว่าพันธมิตรฯ เป็นมิตรคุณจริงหรือเปล่า หรือคุณคิดว่าพันธมิตรฯ เป็นเพียงเครื่องมือ หรือคุณอยากได้คะแนนเสียงจากพันธมิตรฯ ไปเลือกตั้ง ... และอยากอาศัยการต่อสู้ของพันธมิตรฯ เป็นเครื่องมือนำทางคุณขึ้นไปสู่ตำแหน่งรัฐบาล” นายประพันธ์ระบุ และกล่าวต่อว่า
       
       ถามว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เนรคุณกับพันธมิตรฯ ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการอะไรกับกลุ่มคนเสื้อแดง กับกลุ่ม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและนักโทษหนีคำพิพากษาจำคุกบ้าง หรือเคยดำเนินการอะไรที่จะเปลี่ยนประเทศให้หลุดจากการครอบงำของระบอบทักษิณบ้างหรือไม่ ในทางตรงกันข้ามกลับตั้งข้อหาก่อการร้ายกับพี่น้องกลุ่มพันธมิตรฯ
       
       “คุณไม่เลย คุณกลับมาแว้งกัด ... ด้วยการตั้งข้อหาก่อการร้าย ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของคุณ โดย พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ในรัฐบาลนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายสุเทพก็เป็นคนที่พูดว่าทั้งเหลือง ทั้งแดงเป็นพวกที่มีปัญหาใช่หรือไม่ ถ้าหากประชาธิปัตย์มองว่าพันธมิตรฯ เป็นมิตรของคุณ แล้วควรจะมีข้อหาอัปยศอย่างนี้เกิดขึ้นหรือไม่?” แกนนำพันธมิตรฯ รุ่นที่ 2 ระบุ
       
       ประการต่อมา นายประพันธ์กล่าวว่า การที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2552 บริเวณสี่แยกบางขุนพรหม ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งจากข้อเท็จจริงจากการสอบสวนของ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ก็มีข้อเท็จจริงโยงใยไปถึงคนในรัฐบาล และคนที่อยู่ในอำนาจ ณ ขณะนั้น
       
       “คุณรับปากว่าจะจับ และดำเนินคดีถึงที่สุด แล้วคุณทำอะไรบ้าง” นายประพันธ์ถามถึงนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ และยังกล่าวด้วยว่า ยังไม่นับกรณีนายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่ต้องไปติดคุกกัมพูชาทั้งๆ ที่ยืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทย
       

       นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ระหว่างที่เป็นรัฐบาล ยังละเลยเรื่องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ, การจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดี, การดำเนินคดีต่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ กรณี 7 ตุลาคม 2551 ซ้ำยังช่วยเหลือ พล.ต.อ.พัชรวาทและพวกอีกต่างหาก, กรณีแดงเผาเมืองปี 2553 คนในรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ยังไปช่วยประกันตัวกลุ่มคนเสื้อแดงที่กระทำผิด และปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญหน้ากับการกระทำรุนแรงในบ้านเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยตัวเอง
       
       “พฤติกรรมอย่างนี้ต่างหากที่ (พรรคประชาธิปัตย์) น่าจะถูกมองว่าเป็นแนวร่วมทักษิณมากกว่า” น.ส.กมลพรกล่าวเสริม
       
       นายประพันธ์แสดงความเห็นด้วยและกล่าวต่อว่า นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เคยช่วยสนับสนุนสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ที่เป็นปากเสียงของประชาชนตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเลย ตรงกันข้ามกับกรณีพรรคเพื่อไทยที่เห็นได้ชัดว่า ถ้าใครเป็นมิตรเขาจะช่วยหมด แม้ว่าจะเป็นผู้ร้ายเผาบ้านเผาเมืองก็ตาม
       
       “คุณนอกจากไม่ช่วยพันธมิตรฯ แล้วยังเนรคุณอีก แต่เวลานี้ที่คุณต้องต่อสู้กับทักษิณ ไม่ใช่เพราะโดยสำนึก แต่เพราะว่าฝ่ายทักษิณเป็นพรรครัฐบาล คุณเป็นฝ่ายค้าน คุณไม่มีโอกาสก็เลยไม่มีที่ยืน เมื่อเขาไม่เอาคุณ คุณก็เลยต้องยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ถ้าคุณได้เป็นรัฐบาล คุณกลับไปจูบปากกับทักษิณ” นายประพันธ์กล่าว และว่า พันธมิตรฯ ไม่เคยผลักพรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นศัตรู แต่พรรคประชาธิปัตย์เลือกที่จะยืน เอาตัวรอด ฉวยโอกาส แล้วเหยียบย่ำกลุ่มพันธมิตรฯ และกล่าวหาว่าไม่ช่วยตัวเอง สาดโคลน ใส่ร้ายแกนนำพันธมิตรฯ ว่ารับเงินอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นพฤติกรรมที่น่าขยะแขยง
       
       “เพราะฉะนั้น พันธมิตรฯ ไม่ได้ไปหาพรรคเพื่อไทย และไม่ได้ชอบนิยมพรรคเพื่อไทย แต่ก็ไม่ได้ชอบพวกคุณด้วย เราเองจึงเป็นตัวของตัวเอง อยู่บนหลักการที่ถูกต้องของเรา เราไม่ไปเป็นเครื่องมือรับใช้คนที่ทรยศปล้นบ้านกินเมือง และก็ไม่ยอมเป็นเครื่องมือของคนที่ฉวยโอกาส เห็นแก่ตัว ทรยศ หักหลัง เนรคุณประชาชน” นายประพันธ์กล่าว และถามต่อว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไปกล่าวหาทักษิณว่าเหยียบศพเสื้อแดงขึ้นมามีอำนาจ นายอภิสิทธิ์ก็คงไม่ต่างกันเพราะเหยียบย่ำพันธมิตรฯ เพื่อให้ตนมีอำนาจ
       
       “ตอนคุณเป็นรัฐบาล ทำไมคุณไม่ตามหาชายชุดดำ คุณต้องลากคอมันเข้าคุกแล้ว ตอนนี้กลับมาจัดแรลลีทำไม มันกลายเป็นเรื่องที่น่าตลก น่าสมเพช เล่นละครว่าคุณสู้กับทักษิณแบบเอาเป็นเอาตาย แต่คุณไม่ได้สู้จริง” แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 กล่าวต่อและว่า ทางที่ดีหากอยากได้พันธมิตรฯ กลับมาเป็นมิตร คนประชาธิปัตย์ต้องทบทวนตัวเองและพิจารณาตัวเอง
       
       ชี้ กกต.บ้อท่า สื่อพรรคการเมืองเกลื่อน
       
       ส่วนกรณีที่คนฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นายวิทเยนทร์ มุตตามระ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และกรรมการผู้จัดการบลูสกายแชนเนล ได้พยายามออกมาชี้แจงถึงที่มาของเงินที่ใช้ในการดำเนินการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย หลังจากนายสนธิออกมาถามถึงที่มาของงบประมาณที่ใช้ในสถานีโทรทัศน์ซึ่งเป็นแนวร่วมของพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบไปด้วย ทีนิวส์, บลูสกาย และไทยทีวีดี ว่าหาเงินมาจากไหนเพื่อดำเนินการ นายประพันธ์กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์บลูสกายเอา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปจัดรายการ รวมถึงนายอภิสิทธิ์ด้วย ซึ่งหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอาจริง พรรคประชาธิปัตย์ไม่น่าจะรอด
       
       “ปัญหามันอยู่ที่ กกต.ไม่ทำงาน ถ้า กกต.ทำงาน ป่านนี้คุณอาจจะถูกยุบพรรคไปแล้ว” นายประพันธ์ระบุ และว่าการที่นายวิทเยนทร์ออกมาระบุว่ากระทบกระเทียบเอเอสทีวีว่า รายได้ของบลูสกายเป็นรายได้ที่แลกมาด้วยการทำงานอย่างหนัก มิได้มาโดยขอรับบริจาคแบบหน้าด้านๆ นั้นถือเป็นการดูถูกประชาชนที่ให้การสนับสนุนเอเอสทีวี และมีศรัทธาต่อสถานีโทรทัศน์ช่องนี้ที่ต่อสู้และนำความจริงมาเสนอต่อสังคมตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผิดกับสถานีโทรทัศน์ในเครือข่ายประชาธิปัตย์ที่เพิ่งออกมาสู้เมื่อตนเองกลายเป็นฝ่ายค้าน
       
       “แล้วคุณช่วยตอบคำถามหน่อยซิว่า พรรคของคุณเคยได้รับบริจาคจากบริษัทคิงเพาเวอร์ไหม? แล้วบริษัทคิงเพาเวอร์มีพฤติกรรมในการปฏิบัติหรือประกอบธุรกิจในสนามบินสุวรรณภูมิมีรายได้มาแบบไหน? เลขาฯ พรรคของคุณ คุณสุเทพเคยห้ามปรามไม่ให้พูดบริษัทคิงเพาเวอร์ไหม?” นายประพันธ์ตั้งคำถามต่อ และว่าแล้วเงินสนับสนุนพรรคและสนับสนุนสื่อในเครือข่ายของพรรคประชาธิปัตย์มีจำนวนมากเท่าไหร่ ช่วยให้คำตอบหน่อย
      
       พร้อมกล่าวต่อว่า คนของพรรคประชาธิปัตย์หรือผู้ประกอบการโทรทัศน์ในเครือข่ายประชาธิปัตย์อีก 2-3 ช่องนั้นทางที่ดีต้องชี้แจงบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ชัดเจน เหมือนกับที่เอเอสทีวีชี้แจงให้กับประชาชนรับทราบ ดีกว่ามาแว้งกัดสื่ออย่างเอเอสทีวี

       
       “ประเด็นใหญ่คือว่า พรรคของคุณ คนของคุณ พวกของคุณ ได้พิสูจน์หรือยังว่าคุณสู้กับทักษิณจริง หรือว่าสู้แบบจอมปลอมแล้วก็หลอกเพื่อหวังคะแนนนิยมจากประชาชนที่ยังไม่เข้าใจคุณ พวกเราเป็นคนที่รู้ธาตุแท้คุณแล้วว่าคุณไม่ได้สู้จริงไง ถ้าคุณสู้จริง วันนี้ทักษิณจะไม่มีวันเข้มแข็งแบบนี้ รัฐบาลเพื่อไทยไม่มีวันที่จะฟื้นกลับมาอย่างนี้ แล้วถ้าคุณสู้กับทักษิณจริงไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะไม่สามัคคีกับพี่น้องพันธมิตรประชาชนฯ แต่เขาไม่สามัคคีเพราะเขารู้ธาตุแท้ เพราะเขา”

       
      อนึ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 48 ระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม มิได้ ไม่ว่าในนามของตนเองหรือให้ผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นแทน หรือจะดำเนินการโดยวิธีการอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมที่สามารถบริหารกิจการดังกล่าวได้ในทำนองเดียวกับการเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการดังกล่าว
       

       ขุดข้อมูลทีวีเสื้อฟ้าโยง ปชป.ลึกซึ้ง-แนบแน่น
       
       จากนั้น น.ส.กมลพรได้กล่าวอ้างอิงรายงานของ นสพ.คมชัดลึก ถึงผู้ถือหุ้นในสถานีโทรทัศน์ช่องบลูสกาย โดยระบุว่า บริษัท บลูสกาย แชนแนล จำกัด ซึ่งทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ในวันที่จดทะเบียนมีกรรมการ 4 คน คนแรกคือ นายวิทเยนทร์ ซึ่งไม่เคยประกอบวิชาชีพสื่อมาก่อน แต่เพิ่งมาทำโทรทัศน์ในปี 2554 หลังจากเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.บางเขน พรรคประชาธิปัตย์ และเลขาฯ ของ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมตรีนายสาทิตย์ ส่วนกรรมการคนที่ 2 คือ นายเถกิง สมทรัพย์ ซึ่งเป็นสื่อที่มีความใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์มายาวนาน เคยเป็นทีมงานรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” และปัจจุบันเป็น ผอ.ช่องบลูสกาย
       
       ส่วนกรรมการคนที่ 3 คือ นายบุรฤทธิ์ ศิริวิชัย อดีตยุวประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยมีตำแหน่งในสำนักนายกฯ ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ และกรรมการคนสุดท้าย คือ นายภูษิต ถ้ำจันทร์ หนึ่งทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เช่นเดียวกับนายเถกิง และนายวิทเยนทร์
       
       นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นของบลูสกายแชนแนลนั้น มีบริษัท เทเลคาสท์ มีเดีย จำกัด มาร่วมถือหุ้นด้วยตั้งแต่ต้น โดยถือหุ้นใหญ่ โดย บริษัท เทเลคาสท์ มีเดีย จำกัด นั้น จดทะเบียนเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2554 ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท โดยมีนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของคมชัดลึกระบุว่า นายทวีศักดิ์นั้นเป็นนักกฎหมายที่มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายทวีศักดิ์จะเป็นผู้ดูแลด้านกฎหมายให้นายสุเทพ นอกจากนี้ นายทวีศักดิ์ยังไปร่วมแถลงข่าวกับนายแทน เทือกสุบรรณ ลูกชายนายสุเทพ กรณีรุกที่เขาแพงที่เกาะสมุย ในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมายของนายแทนด้วย
       
       มากกว่านั้น ลงทุนในบลูสกายแชนแนล 3 ล้านบาทแล้ว บริษัท เทเลคาสท์ มีเดีย จำกัด ยังลงทุนในสำนักข่าวทีนิวส์ จำกัด ผู้ผลิตข่าวช่องทีนิวส์ อีก 11 ล้านบาท
       
       “พี่ทวีศักดิ์เป็นทนายประจำสำนักงานคนึง ฤาชัย และก็เป็นทนายประจำตัวให้คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เป็นคนที่คุณสุเทพไว้วางใจ” นายประพันธ์กล่าวเสริมและกล่าวว่า จริงๆ นายวิทเยนทร์ก็คือนักการเมือง ไม่ใช่เป็นสื่อ และการพูดดูถูกเอเอสทีวีและประชาชนที่สนับสนุนก็เป็นคำพูดที่เลว เนื่องจากประเมินค่าและดูถูกความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสื่อที่ต่อสู้กับระบอบทักษิณเพื่อประชาชนมาอย่างยาวนาน

นายวิทเยนทร์ มุตตามระ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปชป., อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และกรรมการผู้จัดการบลูสกายแชนเนล กับนายอภิสิทธิ์

       
       ชี้พรรคตอแหล-สื่อตอแหล
       

       ด้าน นายชัชวาลย์กล่าวว่า การที่นักการเมืองปลอมตัวเป็นสื่อออกมาบอกว่า ตัวเองเป็นสื่อที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง แล้วยังมาบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นสื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่น่าตลก และอาจเรียกได้ว่าเรื่องตอแหลที่โคตรตอแหล
       
       “นี่แหละวิธีคิดของพรรคการเมืองประเภทนี้ ก็คือไม่ต่างอะไรจากเพื่อไทย เพราะโกหกกัน นี่คือความเสื่อมเสียและความเลวร้ายของนักการเมือง ที่ทำให้พวกเรายิ่งเห็นชัด” นายชัชวาลย์กล่าว และว่าแค่ตำแหน่ง “พันตำรวจโท” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคประชาธิปัตย์สมัยเป็นรัฐบาล 2 ปีกว่ายังไม่กล้าถอดยศ แต่เวลานี้กลับมาเรียกร้องให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นคนถอด และมากล่าวหาว่าพันธมิตรฯ รับเงินทักษิณนั้นถือเป็นเรื่องน่าทุเรศอย่างยิ่ง
       
       นอกจากนี้ยังกล่าวต่อว่า ตนเห็นว่าจริงๆ โจรปล้นประเทศนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือ หน้าเป็นโจรมาเลย แต่โจรอีกประเภทหนึ่งหน้าหล่อเป็นพระเอกมาเลย แต่จริงๆ ก็เป็นโจรเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พันธมิตรฯ จึงโหวตโน
       
       “เราจะไม่ว่าเลย ถ้าบอกว่าผิดแล้ว ยอมรับผิด แล้วก็มาบอกว่าเราจะทำอะไรกันข้างหน้าให้ดีกับบ้านเมืองใหม่ ไอ้แบบนี้ยังพอคุยกันได้ แต่นี่คุณไม่เคยรับผิดเลย จะเอาแต่ได้อย่างเดียว ใส่ข้อหาผู้ก่อการร้ายให้เราแล้ว วันดีคืนดีกลับบอกว่าพี่ช่วยผมหน่อย พี่มาตายแทนผมหน่อย พี่ออกถนนหน่อย ทำไมมึงไม่สู้ในสภาล่ะ ออกมาสวนลุมฯ ออกมาตามท้องถนนทำไม?” นายชัชวาลย์ถามกลับ


       
        “ภูมิใจไทย” ปรับหัวเพราะอยากร่วม รบ.
       
       นายเทิดภูมิ ให้ความเห็นกรณีนายเนวิน ชิดชอบ ผู้อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทยประกาศเลิกเล่นการเมือง และช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยมีการปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะผู้นำกลุ่มมัชฌิมาฯ คือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ต้องการจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยจึงต้องกันให้นายเนวินซึ่งถือว่าเป็นผู้หักหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกวงไปก่อน
       
       “การที่เขาคิดว่าเขาจะได้ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นรัฐบาลต่อ แต่ตอนนี้เขาเคว้งคว้าง เพราะเนวินเขาต้องการเป็นรัฐบาลเท่านั้น ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลเขาก็ต้องหาตัวแทนขึ้นมา”
       
       ขณะที่นายประพันธ์กล่าวเสริมว่า ตนยังจำคำพูดของนายสุเทพได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้เป็นรัฐบาลถ้าไม่มีเนวิน จึงมีภาพจับมือกอดกันระหว่างนายอภิสิทธิ์กับนายเนวิน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เมื่อก้าวขึ้นเป็นรัฐบาลกลับลืมการต่อสู้ของประชาชน ไม่เคยเห็นหัวประชาชน ซึ่งเป็นตัวพิสูจน์ว่าไม่เพียงประชาชนไม่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นมิตรด้วย เพราะแม้แต่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ก็ไม่คิดว่าประชาธิปัตย์เป็นมิตรด้วย


http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000126561

บันทึกการเข้า

เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยเป็นกำลังใจให้ทหาร
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12296



« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 10:28:00 AM »

อ้างถึง
   
ใช่ครับ ผมก็จำได้ ประโยคเสียดแทงใจนี้

"ไม่มีเขา ก็ไม่มีเราในวันนี้" เทือกหมายถึงเนวิน ไม่ได้หมายถึงพันธมิตรที่เจ็บล้มตายไปเท่าไหร่ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เห็นเนวินเป็นเทพเจ้า เห็นเราเป็นหมา

มาเจ็บถึงกระดูกและเลิกนับญาติกับปชป.ก็ตอนที่มีเรื่องคุณวีระ ราตรี หน็อย วันแรกที่เมืือกยังไม่บอกบท มาร์คบอกต้องพิสูจน์ก่อนว่ารุกล้ำไหม พอเมือกให้สัมภาษณ์ว่าล้ำเท่านั้นเท่านี้ ไปตามเลย ทั้งที่ข้อมูลไม่เคยนิ่งสักวัน เดี๋ยว 500 เมตรบ้าง เดี๋ยว 5 กิโลบ้าง ท้ายสุดเป็น 10 กิโลเมตร ทั้งที่ภายหลังเขายกหลักฐานสระน้ำ UN มาให้ดูก็ดื้อแพ่ง ปล่อยเลยตามเลย คุณวีระ ราตรี จึงติดคุกเขมรมาทุกวันนี้ พูดได้เต็มปากว่า เ พ ร า ะ ป. ช. ป.
สารเลว

อ้างถึง
ตอนเป็นรัฐบาลบอกได้เป็นเพราะเนวิน ตอนไม่ได้เป็นรัฐบาลโทษพัธมิตรโวตโน น่ารักจริงๆนะพ่อปีเตอร์
กวดทีนนะ อ้า..ย สา...ด

อ้างถึง
   
คุณประพันธ์ คุณชัชวาลย์ คุณเทิดภูมิ รายการตีแสกหน้า เมื่อวาน พูดถูก ส่วนเรื่อง ปชป สำนึกผิด อย่าหวังถ้า ปชป สำนึกผิดแสดงว่าเล่นละคร

โวตโน เป็นทางเลือกที่ถูกต้อง เพราะตัวเลือกไม่มี มีแต่พวกโกงกิน
รู้มาก่อนหน้า 20 ปี

อ้างถึง
พธม.ออกหน้าสู้เผด็จการทุนสามานย์มาพอสมควรแล้ว
แม้ได้ชัยชนะ แต่ก็ต้องบอบช้ำไม่ใช่น้อย

ปล่อยให้ ปชป. ได้แสดงบทบาทด้วยตัวเองบ้าง
ไม่ใช่คอยแต่จะเกาะกระแส แล้วตีกินเหมือนที่ผ่านมา

อยากไขว่คว้าชัยชนะ ก็ต้องรู้จักดิ้นรนต่อสู้เอา

ถ้าทำไม่ได้ ก็ปล่อยให้มันเป็นฝ่ายค้านตลอดชีพนั่นแหละ !
อยู่บนภูดีแล้ว

อ้างถึง
โดยทางปฎิบัติแล้วช่องนี้ก็เป็นของ ปชป. นั่นหล่ะ มีแต่คน ปชป. มาออก เพียงแต่คิดว่าทำผ่านนอมินีเท่านั้นเอง
ยอมรับไปเถอะ เหมือนช่องเสื้อแดง

บันทึกการเข้า

เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยเป็นกำลังใจให้ทหาร
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!