ประเพณีสำคัญของคนไทยเชื้อสายจีน

(1/1)

noway2know:
เทศกาลไหว้พระจันทร์


เทศกาลวันไหว้พระจันทร์ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ตามจันทรคติ ดังนั้น
จึงเรียกว่าเทศกาลเดือน 8 ตรงกับเดือนกันยายนของไทยเรา
เป็นเทศกาลที่มีความสำคัญเทศกาลหนึ่งของชาวจีน    
เป็นวันซึ่งอยู่ในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วงพอดีจึงอาจจะเรียกได้ว่า
เทศกาล    "  จงชิว " ตามอักษรจีน
จง แปลว่า กลาง
ชิว แปลว่า ฤดูใบไม้ร่วง
จงชิวจึงแปลว่า กลางฤดูใบไม้ร่วง

เทศกาลไหว้พระจันทร์ มีตำนานเล่าขานมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว ในสมัยก่อนฮ่องเต้จัด
ให้มีการบรรเลงดนตรี พิธีเซ่นไหว้ดวงจันทร์ในคืนขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เพื่ออธิษฐานให้บ้าน เมืองอุดมสมบูรณ์
ประชาราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุข ต่อมาพิธีดังกล่าวได้แพร่ไป สู่ประชาชนในท้องถิ่น และแพร่หลายไปทั่วประเทศ      
จนกลายเป็นประเพณีของชาวจีนสืบต่อมา จวบจนปัจจุบันนี้ นอกจากจะมีพิธีเซ่นไหว้พระจันทร์แล้ว    

ยังมีการรับประทานขนมไหว้พระจันทร์และการชมความงามของดวงจันทร์ซึ่งมีคำกล่าวว่า        
ดวงจันทร์ในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วงมีความงดงามมาก ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งไร้เมฆฝนอากาศสดชื่นเหมาะสำหรับการชมจันทร์    
ส่วนฤดูหนาว อากาศหนาวเย็น ฤดูร้อนท้องฟ้ามีเมฆมากทำให้บดบังความงามของดวงจันทร์    
ฤดูใบไม้ผลิ เกิดลมพัดแรงซึ่งไม่เหมาะ ที่จะออกมานั่งชมจันทร์นอกบ้านนั่นเอง



เทศกาลไหว้พระจันทร์์ เป็นเทศกาลดีเป็นเทศกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับตำนาน เรื่องดวงจันทร์ของชาวจีนอย่างแนบแน่น เช่นเรื่อง “ฉังเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์” ถือว่าเป็นเรื่องที่มีชื่อเสียงมาก เป็นการไหว้ครั้งที่ 6 ของปี เรียกการไหว้ครั้งนี้ว่า “ตงชิวโจ่ย” ถือเป็นวันสารทวันหนึ่งของชาวจีน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ ในวันกลางฤดูใบไม้ร่วง ตรงกับวันที่ 15 เดือน 8 ของจีน เมื่อคำนวณตามจันทรคติแบบจีนแต่จะตรงกับจันทรคติแบบไทย คือเดือน 10 (ประมาณเดือนกันยายน) ชาวจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีนในเมืองไทย จะทำพิธีเซ่นไหว้ทั้งพระจันทร์ และเจ้าแม่กวนอิม การไหว้พระจันทร์ของคนจีนเป็นที่รู้จักกันดีกว่าเทศกาลไหว้อื่นๆ เพราะมีเรื่องราวที่น่าสนใจ และมีของไหว้ที่เป็นแบบเฉพาะ เช่นล มีขนมไหว้พระจันทร์ มีต้นอ้อย โคมไฟ เทศกาลนี้เป็นอุบายในการปลดแอกชาติจีน ออกจากการปกครองของพวกมองโกล



เหตุที่ทำขนมใส่ไส้มีลักษณะกลมๆ นั้น เชื่อกันว่าความกลมของขนมหมายถึง
การได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาของคนภายในครอบครัว อีกทั้งยังเชื่อว่า
ดวงจันทร์ซึ่งมีลักษณะกลมนั้นเป็นสิ่งที่ดีเป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม
และเป็นสื่อกลางของการคิดถึงซึ่งกันและกัน

เมื่อสมาชิกในครอบครัวไม่สามารถหวนกลับมาได้ ก็แหงนมองดวงจันทร์
ส่งความรู้สึกที่ดีส่งความคิดถึงไปสู่ครอบครัวและคนที่รัก
ดังนั้นชาวจีนส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบค่ำคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวงอันหมายถึง    
การกลับสู่ครอบครัว แต่ก็มีบางคนที่ชื่นชอบดวงจันทร์เป็นเสี้ยว เพื่อจะได้มีวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงให้ชื่นชม



ตำนานเทศกาลไหว้พระจันทร์
ความจริงชาวจีนมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระจันทร์มาแต่โบราณกาล ยิ่งกว่าพระอาทิตย์ การนับปฏิบทินก็นับโดยอาศัยดวงจันทร์เป็นเกณฑ์ ดังที่เรียกว่า จันทรคติ การเพาะปลูก และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ชาวจีนโบราณจะอาศัยดูจากดวงจันทร์ เพื่อให้เหมาะสมในการทำนาทำไร่ ซึ่งต้องอาศัยเป็นหลักรวมความว่า ชาวจีนแต่โบราณให้ความสำคัญทางด้านจิตใจต่อดวงจันทร์มาก ในเรื่องต่างๆดังนี้

1. การทำนา-ไร่
2. การเพาะปลูกพืชต่าง ๆ
3. การเจริญเติบโตของพืช
4. การเพาะชำพืช
5. การดูปริมาณน้ำขึ้น-น้ำลง

ดังนั้นจึงมองเห็นว่าดวงจันทร์มีคุณต่อมนุษยชาติมาก ทั้งมีแสงสว่างร่มเย็น สบายตา
น่าสดชื่นรื่นรมย์เป็นอย่างมาก อากาศกำลังดี ไม่ร้อนไม่หนาว

ขนมไหว้พระจันทร์แบบต่างๆ




และมีอีกตำนานหนึ่งที่มีเรื่องราวเล่าสืบต่อกันมา คือวันเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ เป็นวันแห่งการปลดแอกชาติจีน ให้พ้นจากการปกครองของ พวกตาด (Tartar) คือ พวกเผ่ามองโกล จากมองโกเลีย เนื่องจากสมัยหนึ่ง เข้าสู่ยุคที่ชนเผ่ามงโกลเรื่องอำนาจบุกรุกเข้ามายึดครองแผ่นดินจีนได้ พวกมองโกลได้ก่อกรรมทำเข็ญต่อคนจีนอย่างมาก โดยวางกฎอำนาจไว้ว่า คนจีน 3 ครอบครัว จะต้องเลี้ยงดูคนมองโกล 1 คน ให้อยู่ดีกินดีทุกอย่าง อาวุธที่เป็นของมีคมขนาดใหญ ขนาดกลาง เช่นมีด ขวาน ตลอดจนของมีคมจะถูกยึดหมด แต่ละครอบครัวให้ใช้ได้แค่มีดบางเล็ก ๆ สำหรับหั่นผักต้มแกงและผัดเท่านั้น ถ้าบ้านเรือนใกล้เคียงกัน มีดบาง 1 เล่ม อนุญาตให้ใช้ร่วมกันได้ 3 ครอบครัว ใครฝ่าฝืนกฎมีโทษถึงตาย

นับแต่นั้นหลายๆ ปีต่อมา ก่อนจะถึงเทศกาลวันไหวัพระจันทร์ หัวหน้าคนจีนผู้อาวุโสท่านหนึ่งได้คิดแผนการยอดเยี่ยม แนะนำให้หญิงจีนทำขนมเย่วปิ่ง คือขนมไหว้พระจันทร์นั่นเอง แต่แนะนำให้ทำเป็นขนมรูปกลม ๆ และแผ่นโต ๆ ส่งไปให้เพื่อนบ้านชาวจีนบ้านละกล่อง พร้อมกำชับว่า ต้องแบ่งขนมนี้ให้สมาชิกในบ้านกินกันทุกๆ คน โดยแนะว่าใครได้กินแล้ว จะพ้นจากภัยพิบัติที่จะเกิดในวันที่ 15 เดือน 8 นี้ ชาวจีนต่างรู้เรื่องการปลดแอกนี้น้อยมาก เพียงแต่รู้ว่าถ้าได้กินขนมดังกล่าวแล้ว จะพ้นจากภัยพิบัติ ขจัดความเลวร้ายได้ เมื่อมีการส่งขนมไปให้ จึงพากันแบ่งกันกินจนทั่วหน้า แต่เมื่อตัดขนมออกนั้น จึงพบมีกระดาษซ่อนอยู่แถบหนึ่ง มีตัวอักษรจีนใจความว่า  “ตีสามคืนนี้ (วันไหว้ฯ) จงพากันฆ่าพวกตาด”

ชายฉกรรจ์จึงลุกฮือด้วยหนังสือน้อยแผ่นนี้ ชายฉกรรจ์ทั้งหลาย ทุกครอบครัว จึงพยายามสะสมตระเตรียมอาวุธเท่าที่จะหาได้ พอรอคอยจนถึงเวลานัดหมาย เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเคาะบอกเวลา 3 ยามดังขึ้น ชายฉกรรจ์เหล่านั้นจึงพากันวิ่งกรูเข้าไปยังค่ายของพวกตาดเนื่องจากมิได้ ระมัดระวังตัวมาก่อน และไม่รู้ระแคะระคายแม้แต่น้อย พวกตาดจึงถูกฆ่าตายหมดชั่วอึดใจเดียว เมื่อฆ่าพวกตาดผู้เป็นข้าศึกศัตรูตายจนหมดสิ้นแล้วชาวบ้านจึงจัดโต๊ะกิน เลี้ยงสุราอาหารกันใหญ่โต

หลังจากนั้นทุกๆ ปี เมื่อถึงวันที่ 15 เดือน 8 (ของจีน) ชาวบ้านคนจีน แม้คนไทยเชื้อสายจีนในเมืองไทย ก็จะทำ (ซื้อ) ขนมรูปลักษณะกลมๆ ข้างในยัดไส้มากินฉลองกัน อย่างที่มีการจัดหาขนมเปี๊ยะยัดไส้มาเซ่นไหว้พระจันทร์สืบมาทุกๆ วันนี้ ทั้งนี้นับเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษผู้มีจิตใจกล้าหาญทำการปฏิวัติปลดแอก ชาติจีนจากเงื้อมมือศัตรูได้เด็ดขาด คงให้มีเทศกาลไหว้พระจันทร์สืบมาตราบเท่าทุกวันจนถึงปัจจุบันนี้




เวลาเซ่นไหว้
วันทำพิธีเซ่นไหว้ จะเริ่มจัดแต่งโต๊ะวางข้าวของบริเวณกลางแจ้งที่พอจะมองเห็นดวงจันทร์ได้เต็ม ดวง และวันนั้นก็คือเย็นวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 (ของจีน ซึ่งตรงกับเดือน 10 ของไทย) เจ้าภาพจะนำเอาต้นอ้อย 2 ต้นมาซุ้มประตู โดยเอายอดอ้อยทั้งสองโค้งเข้าหากัน แล้วมีการประดับประดาให้ดูสวยๆ งามๆ ตามใจชอบ สิ่งของที่เซ่นไหว้ พอกะว่าแลเห็นพระจันทร์เต็มดวงโผล่ขึ้นมาให้เห็นแล้วก็จะเริ่มพิธีเซ่นไหว้ มีการจุดธูปและตามโคมไฟด้วยคืนนี้จะเป็นคืนที่ลูกหลานชาวจีนจะออกมาชมพระจันทร์แห่งฤดูใบไม้ร่วงกันถ้วนหน้า แต่ปัจจุบันตั้งแต่ฝรั่งต่างแดนได้ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์แล้ว การเซ่นไหว้พระจันทร์ที่เคยยึดมั่นถือมั่นมาแต่โบราณค่อยๆลดความสำคัญลงไปอย่างมาก


http://img236.imageshack.us/img236/513/hifias52syl4.swf

loginofu:
เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็น 1 ใน 3 เทศกาลสำคัญของจีน
ซึ่งได้แก้ ตรุษ เชงเม้ง(ไหว้บรรพบุรุษ) และไหว้พระจันทร์
ซึ่งนอกจากจะเป็นเทศกาลตามตำนานกู้ชาิติ หรือความเชื่อเรื่องเทพเจ้า
เทศกาลนี้เป็นการจัดงานฉลองฤดูเก็บเกี่ยวกลางฤดูใบไม้ร่วง มีพืชพรรณธัญาหารมากมาย
จึงเป็นงานรื่นเริงที่ครื้นเครงที่สุดเทศกาลหนึ่งของจีน

อ้อ...เนื่องจากพระจันทร์ เกี่ยวเนื่องกับเพศหญิง
ดังนั้น ตั้งแต่การทำขนม การเซ่นไหว้ และแบ่งขนม ผู้หญิงเป็นใหญ่เป็นคนตัดสินใจทั้งหมด
ผู้ชายที่เป็นใหญ่มาตลอด กลายเป็นช้างเท้าหลัง 1วัน
 ::ohaha1

noway2know:
ตรุษจีน



ตรุษจีน หรือ เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (ตัวเต็ม: 春節, ตัวย่อ: 春节, พินอิน: Chūnjíe ชุนเจี๋ย) หรือ ขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ (ตัวเต็ม: 農曆新年, ตัวย่อ: 农历新年, พินอิน: Nónglì Xīnnián หนงลี่ ซินเหนียน) และยังรู้จักกันในนาม วันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนในจีนแผ่นดินใหญ่และชาวจีนโพ้นทะเล ทั่วโลก เทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ (正月 พินอิน: zhèng yuè เจิ้งเยฺว่) และสิ้นสุดในวันที่ 15 ซึ่งจะเป็นเทศกาลประดับโคมไฟ (ตัวเต็ม: 元宵節, ตัวย่อ: 元宵节, พินอิน: yuán xiāo jié หยวนเซียวเจี๋ย)

คืนก่อนวันตรุษจีน ตามภาษาจีนกลางเรียกว่า 除夕 (พินอิน: Chúxì ฉูซี่) หมายถึงการผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน

ตรุษจีน มีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนขนาดใหญ่ของคนเชื้อสายจีน ตรุษจีนถือเป็นวันหยุดที่สำคัญมากช่วงหนึ่งของชาวจีน และยังแผ่อิทธิพลไปถึงการฉลองปีใหม่ของชนชาติที่อยู่รายรอบ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เมี่ยน ม้ง มองโกเลีย เวียดนาม ทิเบต เนปาล และภูฐาน สำหรับชาวจีนที่อาศัยอยู่ต่างถิ่นกันก็จะมีประเพณีเฉลิมฉลองต่างกันไป



ตรุษจีนในประเทศไทย

ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันปีใหม่

  * วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู๋เอี๊ย ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว



    * วันไหว้ คือ วันสิ้นปี จะมีการไหว้ 3 ครั้ง คือ
          o ตอนเช้ามืดจะไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ย เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์ 3 อย่าง (ซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด ปรับเปลี่ยนเป็นชนิดอื่นได้ หรือมากกว่านั้นได้จนเป็นเนื้อสัตว์ 5 ชนิด) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง

          o ตอนสาย จะไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว

          o ตอนบ่าย จะไหว้ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ เป็น การไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล




  วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่งของปี (ชิวอิก) วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน คือ ไป๊เจีย คือ การไปไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำโชคดีไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น



        สัญลักษณ์อีกอย่างของเทศกาลนี้ คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองแดงใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มาคือในสมัยก่อน เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ เด็กๆ ก็จะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว




      ในเทศกาลนี้ชาวจีนจะกล่าวคำ ห่ออ่วย หรือคำอวยพรภาษาจีนให้กัน หรือมีการติดห่ออ่วยไว้ตามสถานที่ต่างๆ คำที่นิยมใช้กันได้แก่



          o 新正如意 新年發財 / 新正如意 新年发财 (แต้จิ๋ว: ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ จีนกลาง: ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาฉาย) แปลว่าขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่
          o 恭喜發財 / 恭喜发财 (จีนกลาง: กงฉี่ฟาฉาย)
          o เกียฮ่อซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ
          o อีกฝ่ายก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ แปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน




noway2know:
อาหารไหว้เจ้า



ในวันฉลองตรุษจีนอาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันไหนๆในปีอาหาร ชนิดต่างๆที่ปฏิบัติกันจนเป็นประเพณีจะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและ เพื่อนฝูงรวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียไปแล้วในวันตรุษครอบครัวชาวจีนจะทานผัก ที่เรียกว่า ไช่ถึงแม้ผักชนิดต่างๆที่นำมาปรุงจะเป็นเพียงรากหรือผักที่มีลักษณะเป็นเส้น ใยหลายคนก็เชื่อว่าผักต่างๆมีความหมายที่เป็น มงคลในตัวของมัน

     เม็ดบัว – มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
     เกาลัด – มีความหมายถึง เงิน
     สาหร่ายดำ – คำของมันออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย
     เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง – คำของมันออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข
     หน่อไม้ – คำของมันออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุขเต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวม กับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์

     อาหารอื่นๆ รวมไปถึงปลาทั้งตัวเพื่อเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดมสมบรูณ์

ไก่สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่เพื่อ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์

เส้นหมี่ก็ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว

     ทางตอนใต้ของจีนจานที่นิยมที่สุดและทานมากที่สุดได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ ทางเหนือ หมั่นโถ และติ่มซำ เป็นอาหารที่นิยมอาหารจำนวน มากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้ มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน

noway2know:


สุดพิเศษคนโสดมีเฮ หมอดูชื่อดังชี้ 8 ก.ย.วันไหว้พระจันทร์ปีนี้ ตรงกับวันคล้ายประสูติของเทพเจ้าแห่งความรัก เทพที่ชาวจีนนิยมขอพรให้สมหวังเรื่องความรักอีกด้วย ชี้คนโสดรีบไหว้อธิษฐานเรื่องความรักจะสมหวัง ย้ำความเชื่อผิดๆ ขนมไหว้พระจันทร์ต้องกินก่อนไหว้...

เวียนกลับมาอีกครั้งกับ "วันไหว้พระจันทร์" ซึ่งถือว่าเป็นเทศกาลตามวัฒนธรรมจีนจะมีทุกๆ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ในปีนี้ตรงกับวันที่ 8 กันยายน 2557 เทศกาลนี้ชาวจีนจะเฉลิมฉลองด้วยการไหว้ดวงจันทร์ในเวลากลางคืน มีการเฉลิมฉลองด้วยโคมไฟสีแดงในยามค่ำคืน มีการรับประทานอาหารมื้อใหญ่อย่างมีความสุขพร้อมเพรียงกัน ที่สำคัญหลายคนไม่รู้ว่าปีนี้ความพิเศษอยู่ที่วันไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ตรงกับวันคล้ายประสูติของเทพเจ้าแห่งความรัก เทพที่ชาวจีนนิยมขอพรให้สมหวังเรื่องความรักอีกด้วย

เรื่องนี้ หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา ซินแสชื่อดัง เจ้าของฉายาหมอดูจอมเก็บสถิติออกมากล่าวผ่าน"ไทยรัฐออนไลน์" ว่า การไหว้พระจันทร์ปีนี้ โอกาสดีสำหรับคนโสด วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2557 นอกจากจะเป็นวันไหว้พระจันทร์แล้ว ยังตรงกับวันคล้ายประสูติของเทพเจ้าแห่งความรัก (เย่ว์เหล่า) หรือผู้เฒ่าจันทรา ซึ่งเป็นเทพที่มือหนึ่งถือด้ายแดง อีกมือถือสมุดแห่งความรัก เป็นเทพที่ชาวจีนนิยมขอพรให้สมหวังในเรื่องความรัก

"ผมย้ำว่าโดยเฉพาะคนโสด ซึ่งไม่เกี่ยวว่าเป็นเพศไหนไหว้ดีหมด แต่ควรจะปล่อยให้ผู้หญิงไหว้นำ ทั้งนี้โดยทั่วไปคนมักจะอธิษฐานขอพรจากเทพองค์นี้ เพื่อให้เจอกับคู่ครองที่ดี หรือคนที่มีคู่แล้วก็จะขอพรให้มีความรักที่มั่นคงยิ่งขึ้น ไหว้ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ในคืนวันที่ 8 เวลาตั้งแต่หนึ่งทุ่มเป็นต้นไป จุดธูป 5 ดอก หันหน้าทิศตะวันออกขอพรเรื่องความรัก" หมอช้างกล่าว



สำหรับเคล็ดลับในการไหว้พระจันทร์มีดังนี้

1.ให้ผู้หญิงเป็นคนไหว้ก่อนคนแรก

2.เวลาในการไหว้ เริ่มจากพระจันทร์ขึ้นหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ควรไหว้ให้เสร็จก่อนที่พระจันทร์จะอยู่ตรงกับศีรษะ

3.นอกจากของไหว้ตามประเพณีแล้ว เช่น กระดาษเงิน-ทอง ตามหลักโหราศาสตร์พระจันทร์ เป็นตัวแทนของสีขาวขนมที่นำมาไหว้ควรมีสีขาวด้วย เช่น ขนมโก๋ และรูปทรง ควรเป็นทรงกลมเหมือนกับพระจันทร์ ส่วนผลไม้ก็เช่นกัน ส่วนมากนิยม 5 ชนิด และน้ำบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะใช้เป็นสื่อในการรับพลังจากพระจันทร์ ถ้าจะไหว้เจ้าแม่กวนอิมด้วย ห้ามใช้ของไหว้ที่ไม่ใช่เจ เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ไข่เค็ม สำหรับการเสริมเสน่ห์ สามารถนำเครื่องสำอาง,ตลับแป้ง,น้ำหอมมาไหว้ด้วย

4.จุดธูป 3 หรือ 5 ดอก แต่แนะนำว่าถ้าไหว้ด้วยผลไม้ 5 ชนิดก็ควรใช้ธูป 5 ดอก หันหน้าทางทิศตะวันออก การอธิษฐานขอพรที่ควรขอจากพระจันทร์ ควรเป็นเรื่องของความรัก,ความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือเรื่องโชคลาภ

5.เมื่อไหว้เสร็จควรทานของไหว้ (ไม่จำเป็นต้องทานหมด) เพื่อความเป็นสิริมงคล หรือจะเก็บบางส่วนไว้แจกญาติๆส่วนน้ำที่ใช้ไหว้นำมาพรมที่ศีรษะ หรือใครที่มีใบทับทิมก็จุ่มใบทับทิมก่อนแล้วค่อยพรมก็ได้

บทสวด"พระคัมภีร์แม่พระจันทร์"

ไถ่ อิม ผ่อ สัก เฮี่ยง ตัง ไล๊


โชย เต๊ง ตี่ เง็ก กิ๋ว เต่ง ไค


จับ บ่วง โป้ย โซย จู ผ่อ สัก


จู ฮุก ผ่อ สัก เหลียง เปียง ไป๊


จู จุง ฮุก เก่ง บ่อ ฮุ๊ง ตี่


ฉุก จุ้ย โน๊ย ฮวย หมั๋ว ตี่ ไค


ท้าว ตั่ว ฉีก จั๊ง จู ป้อ ถะ


พั๊ว ซอ สี่ ไก่ งั้ง กวง เม็ง


เจก ฮุก ป่อ ตับ ที ตี่ อึง


หยี่ ฮุกป่อ ตับ แป๋ บ้อ อึง


ต่อ แซ แป่ บ้อ เจ็ง ฮก ซิ่ว


ก่วย สี่ แป่ บ้อ จ๋า เถี่ยว แซ


นำ มอ ฮุก นำ มอ หวบ


นำ มอ ออ นี ถ่อ ฮุก


ที ล๊อ ซี๊ง ตี่ หล่อ ซี๊ง


นั๊ง หลี่ หลั่ง หลั่ง หลี่ ซิง


เจก เฉียก ใจ เอียง ฮ่วย อุ่ย ติ๊ง


อู่ หนั่ง เนี่ยม ติ๊ก ฉีก เพียง ไถ่ อิม เก็ง


แซ ซี่ ปุก ตะ ตี่ เง็ก มึ๊ง

"สิ่งที่ผมอยากจะย้ำก็คือขนมไหว้พระจันทร์ที่ซื้อมา หรือได้มาควรนำมาทำพิธีไหว้ก่อนกิน บางคนนึกว่าขนมไหว้พระจันทร์ที่ขายๆ กันซื้อมาเพื่อกินอย่างเดียว ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดๆที่ควรทำความเข้าใจใหม่" หมอดูชื่อดังกล่าวในที่สุด

http://img236.imageshack.us/img236/513/hifias52syl4.swf
http://www.thairath.co.th/content/448228

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ