ประเพณีสำคัญของคนไทยเชื้อสายจีน

(1/1)

noway2know:
เทศกาลไหว้พระจันทร์



เทศกาลวันไหว้พระจันทร์ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ตามจันทรคติ ดังนั้น
จึงเรียกว่าเทศกาลเดือน 8 ตรงกับเดือนกันยายนของไทยเรา
เป็นเทศกาลที่มีความสำคัญเทศกาลหนึ่งของชาวจีน   
เป็นวันซึ่งอยู่ในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วงพอดีจึงอาจจะเรียกได้ว่า
เทศกาล     "  จงชิว " ตามอักษรจีน
จง แปลว่า กลาง
ชิว แปลว่า ฤดูใบไม้ร่วง
จงชิวจึงแปลว่า กลางฤดูใบไม้ร่วง



เทศกาลไหว้พระจันทร์ มีตำนานเล่าขานมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว ในสมัยก่อนฮ่องเต้จัด
ให้มีการบรรเลงดนตรี พิธีเซ่นไหว้ดวงจันทร์ในคืนขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เพื่ออธิษฐานให้บ้าน เมืองอุดมสมบูรณ์
ประชาราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุข ต่อมาพิธีดังกล่าวได้แพร่ไป สู่ประชาชนในท้องถิ่น และแพร่หลายไปทั่วประเทศ       
จนกลายเป็นประเพณีของชาวจีนสืบต่อมา จวบจนปัจจุบันนี้ นอกจากจะมีพิธีเซ่นไหว้พระจันทร์แล้ว   

ยังมีการรับประทานขนมไหว้พระจันทร์และการชมความงามของดวงจันทร์ซึ่งมีคำกล่าวว่า         
ดวงจันทร์ในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วงมีความงดงามมาก ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งไร้เมฆฝนอากาศสดชื่นเหมาะสำหรับการชมจันทร์   
ส่วนฤดูหนาว อากาศหนาวเย็น ฤดูร้อนท้องฟ้ามีเมฆมากทำให้บดบังความงามของดวงจันทร์   
ฤดูใบไม้ผลิ เกิดลมพัดแรงซึ่งไม่เหมาะ ที่จะออกมานั่งชมจันทร์นอกบ้านนั่นเอง



เทศกาลไหว้พระจันทร์์ เป็นเทศกาลดีเป็นเทศกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับตำนาน เรื่องดวงจันทร์ของชาวจีนอย่างแนบแน่น เช่นเรื่อง “ฉังเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์” ถือว่าเป็นเรื่องที่มีชื่อเสียงมาก เป็นการไหว้ครั้งที่ 6 ของปี เรียกการไหว้ครั้งนี้ว่า “ตงชิวโจ่ย” ถือเป็นวันสารทวันหนึ่งของชาวจีน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ ในวันกลางฤดูใบไม้ร่วง ตรงกับวันที่ 15 เดือน 8 ของจีน เมื่อคำนวณตามจันทรคติแบบจีนแต่จะตรงกับจันทรคติแบบไทย คือเดือน 10 (ประมาณเดือนกันยายน) ชาวจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีนในเมืองไทย จะทำพิธีเซ่นไหว้ทั้งพระจันทร์ และเจ้าแม่กวนอิม การไหว้พระจันทร์ของคนจีนเป็นที่รู้จักกันดีกว่าเทศกาลไหว้อื่นๆ เพราะมีเรื่องราวที่น่าสนใจ และมีของไหว้ที่เป็นแบบเฉพาะ เช่นล มีขนมไหว้พระจันทร์ มีต้นอ้อย โคมไฟ เทศกาลนี้เป็นอุบายในการปลดแอกชาติจีน ออกจากการปกครองของพวกมองโกล



เหตุที่ทำขนมใส่ไส้มีลักษณะกลมๆ นั้น เชื่อกันว่าความกลมของขนมหมายถึง
การได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาของคนภายในครอบครัว อีกทั้งยังเชื่อว่า
ดวงจันทร์ซึ่งมีลักษณะกลมนั้นเป็นสิ่งที่ดีเป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม
และเป็นสื่อกลางของการคิดถึงซึ่งกันและกัน

เมื่อสมาชิกในครอบครัวไม่สามารถหวนกลับมาได้ ก็แหงนมองดวงจันทร์
ส่งความรู้สึกที่ดีส่งความคิดถึงไปสู่ครอบครัวและคนที่รัก
ดังนั้นชาวจีนส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบค่ำคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวงอันหมายถึง   
การกลับสู่ครอบครัว แต่ก็มีบางคนที่ชื่นชอบดวงจันทร์เป็นเสี้ยว เพื่อจะได้มีวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงให้ชื่นชม



ตำนานเทศกาลไหว้พระจันทร์
ความจริงชาวจีนมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระจันทร์มาแต่โบราณกาล ยิ่งกว่าพระอาทิตย์ การนับปฏิบทินก็นับโดยอาศัยดวงจันทร์เป็นเกณฑ์ ดังที่เรียกว่า จันทรคติ การเพาะปลูก และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ชาวจีนโบราณจะอาศัยดูจากดวงจันทร์ เพื่อให้เหมาะสมในการทำนาทำไร่ ซึ่งต้องอาศัยเป็นหลักรวมความว่า ชาวจีนแต่โบราณให้ความสำคัญทางด้านจิตใจต่อดวงจันทร์มาก ในเรื่องต่างๆดังนี้

1. การทำนา-ไร่
2. การเพาะปลูกพืชต่าง ๆ
3. การเจริญเติบโตของพืช
4. การเพาะชำพืช
5. การดูปริมาณน้ำขึ้น-น้ำลง

ดังนั้นจึงมองเห็นว่าดวงจันทร์มีคุณต่อมนุษยชาติมาก ทั้งมีแสงสว่างร่มเย็น สบายตา
น่าสดชื่นรื่นรมย์เป็นอย่างมาก อากาศกำลังดี ไม่ร้อนไม่หนาว

ขนมไหว้พระจันทร์แบบต่างๆ




และมีอีกตำนานหนึ่งที่มีเรื่องราวเล่าสืบต่อกันมา คือวันเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ เป็นวันแห่งการปลดแอกชาติจีน ให้พ้นจากการปกครองของ พวกตาด (Tartar) คือ พวกเผ่ามองโกล จากมองโกเลีย เนื่องจากสมัยหนึ่ง เข้าสู่ยุคที่ชนเผ่ามงโกลเรื่องอำนาจบุกรุกเข้ามายึดครองแผ่นดินจีนได้ พวกมองโกลได้ก่อกรรมทำเข็ญต่อคนจีนอย่างมาก โดยวางกฎอำนาจไว้ว่า คนจีน 3 ครอบครัว จะต้องเลี้ยงดูคนมองโกล 1 คน ให้อยู่ดีกินดีทุกอย่าง อาวุธที่เป็นของมีคมขนาดใหญ ขนาดกลาง เช่นมีด ขวาน ตลอดจนของมีคมจะถูกยึดหมด แต่ละครอบครัวให้ใช้ได้แค่มีดบางเล็ก ๆ สำหรับหั่นผักต้มแกงและผัดเท่านั้น ถ้าบ้านเรือนใกล้เคียงกัน มีดบาง 1 เล่ม อนุญาตให้ใช้ร่วมกันได้ 3 ครอบครัว ใครฝ่าฝืนกฎมีโทษถึงตาย

นับแต่นั้นหลายๆ ปีต่อมา ก่อนจะถึงเทศกาลวันไหวัพระจันทร์ หัวหน้าคนจีนผู้อาวุโสท่านหนึ่งได้คิดแผนการยอดเยี่ยม แนะนำให้หญิงจีนทำขนมเย่วปิ่ง คือขนมไหว้พระจันทร์นั่นเอง แต่แนะนำให้ทำเป็นขนมรูปกลม ๆ และแผ่นโต ๆ ส่งไปให้เพื่อนบ้านชาวจีนบ้านละกล่อง พร้อมกำชับว่า ต้องแบ่งขนมนี้ให้สมาชิกในบ้านกินกันทุกๆ คน โดยแนะว่าใครได้กินแล้ว จะพ้นจากภัยพิบัติที่จะเกิดในวันที่ 15 เดือน 8 นี้ ชาวจีนต่างรู้เรื่องการปลดแอกนี้น้อยมาก เพียงแต่รู้ว่าถ้าได้กินขนมดังกล่าวแล้ว จะพ้นจากภัยพิบัติ ขจัดความเลวร้ายได้ เมื่อมีการส่งขนมไปให้ จึงพากันแบ่งกันกินจนทั่วหน้า แต่เมื่อตัดขนมออกนั้น จึงพบมีกระดาษซ่อนอยู่แถบหนึ่ง มีตัวอักษรจีนใจความว่า  “ตีสามคืนนี้ (วันไหว้ฯ) จงพากันฆ่าพวกตาด”

ชายฉกรรจ์จึงลุกฮือด้วยหนังสือน้อยแผ่นนี้ ชายฉกรรจ์ทั้งหลาย ทุกครอบครัว จึงพยายามสะสมตระเตรียมอาวุธเท่าที่จะหาได้ พอรอคอยจนถึงเวลานัดหมาย เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเคาะบอกเวลา 3 ยามดังขึ้น ชายฉกรรจ์เหล่านั้นจึงพากันวิ่งกรูเข้าไปยังค่ายของพวกตาดเนื่องจากมิได้ ระมัดระวังตัวมาก่อน และไม่รู้ระแคะระคายแม้แต่น้อย พวกตาดจึงถูกฆ่าตายหมดชั่วอึดใจเดียว เมื่อฆ่าพวกตาดผู้เป็นข้าศึกศัตรูตายจนหมดสิ้นแล้วชาวบ้านจึงจัดโต๊ะกิน เลี้ยงสุราอาหารกันใหญ่โต

หลังจากนั้นทุกๆ ปี เมื่อถึงวันที่ 15 เดือน 8 (ของจีน) ชาวบ้านคนจีน แม้คนไทยเชื้อสายจีนในเมืองไทย ก็จะทำ (ซื้อ) ขนมรูปลักษณะกลมๆ ข้างในยัดไส้มากินฉลองกัน อย่างที่มีการจัดหาขนมเปี๊ยะยัดไส้มาเซ่นไหว้พระจันทร์สืบมาทุกๆ วันนี้ ทั้งนี้นับเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษผู้มีจิตใจกล้าหาญทำการปฏิวัติปลดแอก ชาติจีนจากเงื้อมมือศัตรูได้เด็ดขาด คงให้มีเทศกาลไหว้พระจันทร์สืบมาตราบเท่าทุกวันจนถึงปัจจุบันนี้




เวลาเซ่นไหว้
วันทำพิธีเซ่นไหว้ จะเริ่มจัดแต่งโต๊ะวางข้าวของบริเวณกลางแจ้งที่พอจะมองเห็นดวงจันทร์ได้เต็ม ดวง และวันนั้นก็คือเย็นวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 (ของจีน ซึ่งตรงกับเดือน 10 ของไทย) เจ้าภาพจะนำเอาต้นอ้อย 2 ต้นมาซุ้มประตู โดยเอายอดอ้อยทั้งสองโค้งเข้าหากัน แล้วมีการประดับประดาให้ดูสวยๆ งามๆ ตามใจชอบ สิ่งของที่เซ่นไหว้ พอกะว่าแลเห็นพระจันทร์เต็มดวงโผล่ขึ้นมาให้เห็นแล้วก็จะเริ่มพิธีเซ่นไหว้ มีการจุดธูปและตามโคมไฟด้วยคืนนี้จะเป็นคืนที่ลูกหลานชาวจีนจะออกมาชมพระจันทร์แห่งฤดูใบไม้ร่วงกันถ้วนหน้า แต่ปัจจุบันตั้งแต่ฝรั่งต่างแดนได้ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์แล้ว การเซ่นไหว้พระจันทร์ที่เคยยึดมั่นถือมั่นมาแต่โบราณค่อยๆลดความสำคัญลงไปอย่างมาก


http://img236.imageshack.us/img236/513/hifias52syl4.swf

loginofu:
เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็น 1 ใน 3 เทศกาลสำคัญของจีน
ซึ่งได้แก้ ตรุษ เชงเม้ง(ไหว้บรรพบุรุษ) และไหว้พระจันทร์
ซึ่งนอกจากจะเป็นเทศกาลตามตำนานกู้ชาิติ หรือความเชื่อเรื่องเทพเจ้า
เทศกาลนี้เป็นการจัดงานฉลองฤดูเก็บเกี่ยวกลางฤดูใบไม้ร่วง มีพืชพรรณธัญาหารมากมาย
จึงเป็นงานรื่นเริงที่ครื้นเครงที่สุดเทศกาลหนึ่งของจีน

อ้อ...เนื่องจากพระจันทร์ เกี่ยวเนื่องกับเพศหญิง
ดังนั้น ตั้งแต่การทำขนม การเซ่นไหว้ และแบ่งขนม ผู้หญิงเป็นใหญ่เป็นคนตัดสินใจทั้งหมด
ผู้ชายที่เป็นใหญ่มาตลอด กลายเป็นช้างเท้าหลัง 1วัน
 ::ohaha1

noway2know:
ตรุษจีน



ตรุษจีน หรือ เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (ตัวเต็ม: 春節, ตัวย่อ: 春节, พินอิน: Chūnjíe ชุนเจี๋ย) หรือ ขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ (ตัวเต็ม: 農曆新年, ตัวย่อ: 农历新年, พินอิน: Nónglì Xīnnián หนงลี่ ซินเหนียน) และยังรู้จักกันในนาม วันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนในจีนแผ่นดินใหญ่และชาวจีนโพ้นทะเล ทั่วโลก เทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ (正月 พินอิน: zhèng yuè เจิ้งเยฺว่) และสิ้นสุดในวันที่ 15 ซึ่งจะเป็นเทศกาลประดับโคมไฟ (ตัวเต็ม: 元宵節, ตัวย่อ: 元宵节, พินอิน: yuán xiāo jié หยวนเซียวเจี๋ย)

คืนก่อนวันตรุษจีน ตามภาษาจีนกลางเรียกว่า 除夕 (พินอิน: Chúxì ฉูซี่) หมายถึงการผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน

ตรุษจีน มีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนขนาดใหญ่ของคนเชื้อสายจีน ตรุษจีนถือเป็นวันหยุดที่สำคัญมากช่วงหนึ่งของชาวจีน และยังแผ่อิทธิพลไปถึงการฉลองปีใหม่ของชนชาติที่อยู่รายรอบ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เมี่ยน ม้ง มองโกเลีย เวียดนาม ทิเบต เนปาล และภูฐาน สำหรับชาวจีนที่อาศัยอยู่ต่างถิ่นกันก็จะมีประเพณีเฉลิมฉลองต่างกันไป



ตรุษจีนในประเทศไทย

ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันปีใหม่

  * วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู๋เอี๊ย ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว



    * วันไหว้ คือ วันสิ้นปี จะมีการไหว้ 3 ครั้ง คือ
          o ตอนเช้ามืดจะไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ย เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์ 3 อย่าง (ซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด ปรับเปลี่ยนเป็นชนิดอื่นได้ หรือมากกว่านั้นได้จนเป็นเนื้อสัตว์ 5 ชนิด) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง

          o ตอนสาย จะไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว

          o ตอนบ่าย จะไหว้ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ เป็น การไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล




  วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่งของปี (ชิวอิก) วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน คือ ไป๊เจีย คือ การไปไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำโชคดีไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น



        สัญลักษณ์อีกอย่างของเทศกาลนี้ คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองแดงใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มาคือในสมัยก่อน เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ เด็กๆ ก็จะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว




      ในเทศกาลนี้ชาวจีนจะกล่าวคำ ห่ออ่วย หรือคำอวยพรภาษาจีนให้กัน หรือมีการติดห่ออ่วยไว้ตามสถานที่ต่างๆ คำที่นิยมใช้กันได้แก่



          o 新正如意 新年發財 / 新正如意 新年发财 (แต้จิ๋ว: ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ จีนกลาง: ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาฉาย) แปลว่าขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่
          o 恭喜發財 / 恭喜发财 (จีนกลาง: กงฉี่ฟาฉาย)
          o เกียฮ่อซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ
          o อีกฝ่ายก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ แปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน




noway2know:
อาหารไหว้เจ้า



ในวันฉลองตรุษจีนอาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันไหนๆในปีอาหาร ชนิดต่างๆที่ปฏิบัติกันจนเป็นประเพณีจะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและ เพื่อนฝูงรวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียไปแล้วในวันตรุษครอบครัวชาวจีนจะทานผัก ที่เรียกว่า ไช่ถึงแม้ผักชนิดต่างๆที่นำมาปรุงจะเป็นเพียงรากหรือผักที่มีลักษณะเป็นเส้น ใยหลายคนก็เชื่อว่าผักต่างๆมีความหมายที่เป็น มงคลในตัวของมัน

     เม็ดบัว – มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
     เกาลัด – มีความหมายถึง เงิน
     สาหร่ายดำ – คำของมันออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย
     เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง – คำของมันออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข
     หน่อไม้ – คำของมันออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุขเต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวม กับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์

     อาหารอื่นๆ รวมไปถึงปลาทั้งตัวเพื่อเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดมสมบรูณ์

ไก่สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่เพื่อ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์

เส้นหมี่ก็ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว

     ทางตอนใต้ของจีนจานที่นิยมที่สุดและทานมากที่สุดได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ ทางเหนือ หมั่นโถ และติ่มซำ เป็นอาหารที่นิยมอาหารจำนวน มากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้ มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ