ประชาทนธิปไตย : V.2 กี่ปีผ่านไป ยังทนไม่เปลี่ยน
สิงหาคม 01, 2014, 10:42:55 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ห้ามโพสข้อความหมิ่นสถาบันทุกกรณี
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “ปู” นำรายชื่อ ครม.ใหม่ทูลเกล้าฯ แล้ว เผยควบนั่งกลาโหมเอง  (อ่าน 916 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12349



« เมื่อ: มิถุนายน 27, 2013, 09:05:58 AM »

การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครั้งที่ 5 ซึ่งเกิดขึ้นครั้งหลังสุด แม้จะมองว่าเป็นการปรับภาพลักษณ์หลังคะแนนนิยมลดลงจากนโยบายต่างๆ แต่ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อแต่ละคน มีลักษณะการปูนบำเหน็จให้คนที่รับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องหาหนีคดีอาญาแผ่นดิน
     
     “ทีมข่าวการเมือง ASTVผู้จัดการออนไลน์” ขอนำเสนอประวัติคร่าวๆ ของว่าที่รัฐมนตรีหน้าใหม่แต่ละคน ว่ามีความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไรบ้าง
     
     • นายจาตุรนต์ ฉายแสง
     
     อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.ศึกษาธิการ แทนนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ลดเก้าอี้หเลือเพียงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นชาว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นบุตรคนโตของนายอนันต์ ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา และ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นคนเดือนตุลา ใช้ชื่อจัดตั้งว่า "สหายสุภาพ" จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก ที่บัฟฟาโล สหรัฐอเมริกา และได้รับทุน Teaching ของมหาวิทยาลัยอเมริกัน สหรัฐอเมริกา
     
     ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองเป็น ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2529 และสมัยที่ 2 ในปี 2531 ต่อมาได้ย้ายมาสังกัดพรรคความหวังใหม่ เป็นรมช.คลังสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และได้รับการเลือกตั้งต่อเนื่องกันมาโดยตลอด จนกระทั่งในการเลือกตั้งปี 2544 นายจาตุรนต์ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รมว.ยุติธรรม รองนายกรัฐมนตรี และตำแหน่งสุดท้ายเป็น รมว.ศึกษาธิการ กระทั่งเกิดรัฐประหารในปี 2549 หลังจากนั้นได้ดำรงตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แทน พ.ต.ท.ทักษิณ และถูกยุบพรรคในที่สุด
     
     • นายพีระพันธุ์ พาลุสุข
     
     ส.ส.ยโสธร เขต 3 พรรคเพื่อไทย ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย และดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แทนนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นหนึ่งในคนสนิทของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโทด้านการทูต และปริญญาเอกสาขากฎหมาย มหาวิทยาลัยปารีส เคยเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา
     
     เข้าสู่เส้นทางการเมือง ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2526 ในนามพรรคชาติไทย แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่ได้เป็น ส.ส.ครั้งแรกในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครั้งเลือกตั้งซ่อมปี 2528 และเป็น ส.ส.ยโสธรในปี 2538 ในสังกัดพรรคชาติไทย กระทั่งช่วงรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ปี 2544-2548 ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ได้เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วย และที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง ก่อนลงสมัครและเป็น ส.ส.ยโสธรอีกครั้งในปี 2550 สังกัดพรรคพลังประชาชน และ 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย รวม 6 สมัย
     
     • นายพิชิฏ ชื่นบาน
     
     ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องหาหนีคดีอาญาแผ่นดิน ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต และศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนติบัณฑิต เดิมทำงานเป็นทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย เปิดสำนักกฎหมาย พิชิต ชื่นบาน แอนด์ แอสโซซิเอท ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 โดยเป็นทนายความประจำตัว คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (นามสกุลในขณะนั้น) ทำหน้าที่ว่าความคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก
     
     เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2551 นายธนา ตันศิริ หนึ่งในทีมทนายความของนายพิชิต นำถุงขนมใส่เงินสด จำนวน 2 ล้านบาท ให้กับเจ้าหน้าที่ธุรการ ซี 7 ของสำนักงานศาลฎีกา ซึ่งตรงกับวันที่ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมารายงานตัวต่อศาลหลังกลับจากต่างประเทศ โดยมีนายพิชิฏเดินทางมาด้วย ทั้งนี้ นายธนา กล่าวว่า มบอกว่า ระยะนี้ต้องมาติดต่อบ่อย เห็นใจ เจ้าหน้าที่เลยเอาของมาฝากให้ไปแบ่งกัน และเจ้าหน้าที่ธุรการซี 7 ยืนยันว่าภายในถุงมีขนมและเงิน นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบเทปจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อเป็นหลักฐาน
     
     วันที่ 25 มิ.ย. 2551 ศาลฎีกามีคำสั่งให้ลงโทษสถานหนักจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และคัดค้านการประกันตัว แก่นายพิชิฏ พร้อมด้วย น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นคนแจ้งเจ้าหน้าที่ธุรการ ซี 7 ให้ไปพบ และนายธนา รวมทั้งให้เลขานุการศาลฎีกาเข้าแจ้งความต่อตำรวจ เพื่อดำเนินคดี มูลความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ต่อมาวันที่ 9 ก.ย. 2552 สภาทนายความมีมติเอกฉันท์ให้ถอนใบอนุญาตว่าความทั้งสามเป็นเวลา 5 ปี กระทั่งนายพิชิฎลงสมัครและได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมทั้งทำงานในคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย
     
     • นายชัยเกษม นิติสิริ
     
     อดีตอัยการสูงสุด ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.ยุติธรรม จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มรับราชการเป็นอัยการผู้ช่วย และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเรื่อยมา กระทั่งตำแหน่งสูงสุด คือ อัยการสูงสุด ในเดือนตุลาคม 2550 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดได้รับตำแหน่งกรรมการและกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)กรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และในปี 2555 นายชัยเกษม ได้รับตำแหน่งในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลายตำแหน่งเช่นประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์คณะกรรมการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม
     
     การทำหน้าที่อัยการสูงสุดของนายชัยเกษมในช่วงปี 2550 - 2552 เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่ารับใช้นักการเมือง โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนตัวอัยการสูงสุดจากนายพชร ยุติธรรมดำรง ที่เกษียณอายุราชการ เป็นนายชัยเกษม ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ฟ้องร้องอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องหาหนีคดีอาญาแผ่นดิน แม้ภายหลังจะเห็น ขณะเดียวกัน นายชัยเกษม ยังถูก คตส. ฟ้องร้อง ในคดีการทุจริตคอรัปชั่นการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ซีทีเอ็กซ์ 9000 ในฐานะอดีตกรรมการบริหารบริษัท การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) อีกด้วย ซึ่ง ป.ป.ช.เป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลฎีกาเอง
     
     โดยในช่วงที่นายชัยเกษมเป็นอัยการสูงสุด สำนวนคดีเกือบทั้งหมด ที่ คตส. ส่งมาให้ อัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ต้องมาติดอยู่ที่ชั้นการสั่งคดีของอัยการ ไม่ว่าจะเป็นคดีแปลงสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต หรือคดีที่ขอศาลยึดทรัพย์อันได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติ 7.6 หมื่นล้าน ตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนคดีสำคัญ ทุจริตโครงการออกสลากพิเศษ 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) คดีทุจริตจัดซื้อกล้ายาง 90 ล้านต้น คตส. ต้องแต่งทนายฟ้องศาลเองทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีคดีแบงก์กรุงไทย อนุมัติเงินกู้ให้เครือกฤษดามหานคร ซึ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) โดยคดีนี้ คตส.ชี้มูลความผิด พ.ต.ท.ทักษิณกับพวก รวมทั้งชี้มูลความผิดนายพานทองแท้ ชินวัตร ในข้อหารับของโจร รวมทั้งคดีที่ คตส.ชี้มูลความผิดนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมฯ กับพวก ฐานทุจริตต่อหน้าที่ กรณีเรียกรับเงินจากเอกชนโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ที่ยังติดอยู่ในชั้นการพิจารณาสั่งคดีของอัยการจนถึงบัดนี้
     
     อ่านประกอบ : คุณสมบัติของ ประธาน ก.ล.ต. คนใหม่ / โชกุน
     
     • นางปวีณา หงสกุล
     
     ไม่มีใครไม่รู้จัก “เจ๊ปิ๊ก” ในฐานะประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี น้องสาวของ อาภัสรา หงสกุล ซึ่งคาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แทนนายสันติ พร้อมพัฒน์ ที่ถูกปรับออกจากตำแหน่ง จบการศึกษาปริญญาตรี Bachelor Of Commerce Bliss College เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ศิลปศาสตรบัณฑิต ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คหกรรมศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนาการครอบครัวและเด็ก สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
     
     ก้าวเข้าสู่การเมืองในสังกัดพรรคประชากรไทย ของนายสมัคร สุนทรเวช และต่อมาย้ายไปอยู่พรรคชาติพัฒนา เป็น ส.ส.กทม. 6 สมัย ปี 2531, 2535 และ 2538 สังกัดพรรคประชากรไทย, ปี 2539 และ 2544 สังกัดพรรคชาติพัฒนา และปี 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย เป็น รมช.แรงงานและสวัสดิการสังคม ปี 2541 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปี 2542 ประธานชมรมรัฐสภาสตรีไทยคนแรก นอกจากนี้ยังเคยลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2543 และ 2547 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ในปี 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ภายหลังจึงได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคชาติไทย
     
     ด้านชีวิตส่วนตัว ในปี 2542 ได้ก่อตั้งมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์การสาธารณประโยชน์) ต่อมาในช่วงถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ในปี 2552 นางปวีณาป่วยเป็นมะเร็งทรวงอกมานานกว่า 5 ปี โดยที่ไม่มีใครทราบนอกจากคนในครอบครัว ปัจจุบันรักษาจนเกือบหายเป็นปกติ นอกจากนี้ ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในด้านธุรกิจที่ลงทุนร่วมกัน อาทิ บริษัท บ้านปวีณา จำกัด และ บริษัท ธรรมชาติเพื่อชุมชน จำกัด แต่ แจ้งว่าไม่มีรายได้หลายปีติดต่อกัน นอกจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ตกเป็นข่าวลาราชการไปต่างประเทศ หลังก่อนหน้านี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กรณีโชว์รูป พ.ต.ท.ทักษิณ ประดับยศตอนเข้ารับตำแหน่ง ผบช.น. พร้อมข้อความ “มีวันนี้เพราะพี่ให้” ขณะที่นางปวีณา ตกเป็นข่าวกรณีเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในงานเลี้ยงที่โรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะฮ่องกงในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
     
     • นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี
     
     อดีตประธานคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งยื่นใบลาออกเมื่อวานนี้ (26 มิ.ย.) คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา (วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักวรรดิ) เมื่อปี 2529 และปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ปี 2541 เป็น ส.ส.ราชบุรี พรรคชาติพัฒนา ปี 2539 ต่อมาในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปี 2546 จึงได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.คมนาคม กระทั่งได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และในปี 2555 ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย
     
     • นายพ้อง ชีวานันท์
     
     ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 พรรคเพื่อไทย ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.คมนาคม จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารวิศวกรรม มหาวิทยาลัยมิสซูรี่ สหรัฐอเมริกา อดีตเป็นที่ปรึกษาคนสนิทของนายมนตรี พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม แต่วางมือทางการเมืองระยะหนึ่ง กระทั่งลงสมัคร ส.ส. พระนครศรีอยุธยา เมื่อปี 2544 ในสังกัดพรรคไทยรักไทย ปัจจุบันเป็น ส.ส.สมัยที่ 4 ในสังกัดพรรคเพื่อไทย เจ้าของพื้นที่ อ.ท่าเรือ อ.บางปะหัน อ.นครหลวง อ.มหาราช และ อ.บ้านแพรก อยู่ในขั้วของนายวิทยา บูรณศิริ อดีต รมช.สาธารณสุข แกนนำกลุ่มอยุธยา ที่มี ส.ส.อยู่ในมือ 4 คน
     
     • นางเบญจา หลุยเจริญ
     
     อดีตอธิบดีกรมศุลกากร ที่ร่อนใบลาออกมาหมาดๆ โดยคาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.คลัง จบการศึกษาบัญชีบัณฑิต ต่อด้วยนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภาษี 1 สำนักงานสรรพากรเขต 7 ในปี 2533 เติบโตในสายงานสรรพากร กระทั่งในปี 2546 เป็นรองอธิบดีกรมสรรพากร ก่อนย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวงการคลังปี 2548 ต่อด้วยรองปลัดกระทรวงการคลังปี 2551 อธิบดีกรมสรรพสามิตปี 2554 และอธิบดีกรมศุลกากรปี 2555
     
     นางเบญจาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปรอ.) รุ่น 4616 จบการศึกษาปี 2547 กับนางมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องหาหนีคดีอาญาแผ่นดิน นายทรงวุฒิ ชินวัตร และนายดำรงค์ เกษมเศรษฐ์ อดีตประธานกรรมการบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)
     
     สมัยที่นางเบญจาเป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรในขณะนั้น น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ ซึ่งเป็นตัวแทน บริษัท แอมเพิลริช อินเวสต์เมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนนิติบุคคลในหมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ได้ซื้อหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 หารือเรื่องการเสียภาษีในการซื้อขายหุ้นให้กับนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีภาระต้องชำระภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรหรือไม่
     
     ต่อมานางเบญจาตอบข้อหารือดังกล่าว ผ่านหนังสือที่ กค 0706/7896 ลงวันที่ 21 กันยายน 2548 ตอบกลับไปว่า กรณีนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีไปซื้อหุ้น บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น จำนวน 329.2 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาท นอกตลาดหลักทรัพย์ ก่อนที่จะนำหุ้นมาขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท ให้กับกองทุนเทมาเส็กว่า ไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษี เพราะไม่มีภาระภาษี แต่ในปี 2549 นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากร ยืนยันว่าต้องเสียภาษี และกลายเป็นคดีความในที่สุด
     
     นอกจากนี้ ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แต่งตั้งนางเบญจา เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร สลากกินแบ่งรัฐบาล รวมทั้งยังแต่งตั้ง พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เพื่อนร่วมรุ่น พ.ต.ท.ทักษิณ สมัยนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นตร.) รุ่นที่ 26 อดีตผู้อำนวยการสลากกินแบ่งรัฐบาล และนายวีรภัทร ศรีไชยา ทนายความของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เป็นกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกด้วย แต่ปลายปี 2554 นางเบญจาได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลในเวลานั้น
     
     • นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์
     
     ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.คลัง แทนนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ที่ถูกปรับออกจากตำแหน่ง จัดว่าเป็นม้ามืดโนเนม จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ปริญญาตรีด้านการเงิน และปริญญาโทด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยลองบีช สหรัฐอเมริกา ลงสมัคร ส.ส. กาฬสินธุ์ สังกัดพรรคพลังประชาชนปี 2551 แทนนางอรดี สุทธศรี ภรรยาซึ่งเป็นอดีต ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 พรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี กระทั่งปัจจุบันเป็น ส.ส.สมัยที่ 2 เจ้าของพื้นที่ อ.ยางตลาด และ อ.ฆ้องชัย
     
     • นายวิสาร เตชะธีระวัฒน์
     
     อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ถือเป็นสายตรงของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย มีความใกล้ชิดกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางกรเมืองในคดียุบพรรคพลังประชาชน กลับเข้าสู่ถนนการเมือง หลังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แทนนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลข เขต 1 ที่ถูกปรับออก และมีปัญหาการทำงานกับนายยงยุทธ ที่ถูกมองว่าเป็นรัฐมนตรีตัวจริงในกระทรวงนี้
     
     จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคําแหง และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็น ส.ส.เชียงรายมาแล้ว 8 สมัย เริ่มจากพรรครวมไทยปี 2529 ก่อนย้ายไปพรรคสามัคคีธรรม พรรคชาติพัฒนา พรรคนำไทย พรรคประชาธิปัตย์ สมัยเดียวกับนายยงยุทธ ก่อนลาออกไปลงสมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทย จากนั้นถูกยุบพรรค และส่งบุตรสาวคนเดียวอย่างนางวิสาระดี อมรวิวัฒน์ ลงสมัคร ส.ส.และได้รับเลือกตั้ง 2 สมัย เจ้าของพื้นที่ 4 ตำบลใน อ.เมืองเชียงราย และ อ.พาน
     
     • นายสรวงศ์ เทียนทอง
     
     ส.ส.สระแก้ว เขต 3 มีชื่อเล่นว่า “บอย” บุตรชายคนโตของ “ไดโนเหนาะ” นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กลุ่มวังน้ำเย็น จากทั้งหมด 5 คน คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.อุตสาหกรรม แทนนายฐานิสร์ เทียนทอง หลานของนายเสนาะ ซึ่งเป็น ส.ส.สระแก้ว เขต 1 จบการศึกษาบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยจอห์นสัน แอนด์ เวลส์ สหรัฐอเมริกา เป็น ส.ส.มาแล้ว 3 สมัย ในสังกัดพรรคไทยรักไทย ปี 2544, พรรคประชาราช ปี 2550 และพรรคเพื่อไทย ปี 2554 เจ้าของพื้นที่ อ.อรัญประเทศ อ.ตาพระยา, อ.โคกสูง และบางส่วนของ อ.วัฒนานคร
     
     • นางสิริกร มณีรินทร์
     
     อดีตหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.ศึกษาธิการ แทนนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ที่ถูกโยกไปเป็น รมช.มหาดไทย จบการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ปริญญาโท สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ จากมหาวิทยาลัยเกรนอป ประเทศฝรั่งเศส และปริญญาเอกในสาขาเดียวกัน จากมหาวิทยาลัยปารีส เป็นภรรยา พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ เพื่อนร่วมรุ่นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องหาหนีคดีอาญาแผ่นดิน
     
     นางสิริกรเริ่มรับราชการเป็นอาจารย์ประจำที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2517 จากนั้นในปี พ.ศ. 2531 จึงได้ลาออกมารับตำแหน่งผู้บริหารบริษัทเครือยนตรกรุ๊ป ก่อนร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ได้รับตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ และ รมช.สาธารณสุข ในรัฐบาลของทักษิณ กระทั่งได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และในปี 2555 ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000077934
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 27, 2013, 09:25:04 AM โดย noway2know » บันทึกการเข้า

เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยเป็นกำลังใจให้ทหาร
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12349



« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2013, 09:28:57 AM »

   
“ปู” นำรายชื่อ ครม.ใหม่ทูลเกล้าฯ แล้ว เผยควบนั่งกลาโหมเอง “ยุทธศักดิ์” คืนทำเนียบ นั่งรองนายกฯ ความมั่นคง “นิวัฒน์ธำรง” รองนายกฯ ควบพาณิชย์ “เฉลิม” ข้ามห้วยนั่งแรงงาน “จาตุรนต์” คุมศึกษาฯ ทนายถุงขนมนั่งสำนักนายกฯ อดีต อสส.ได้บำเหน็จนั่งยุติธรรม



       
       รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอรายชื่อคณะรัฐมานตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไทยแล้ว และคาดว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมาในวันที่ 27 มิ.ย.นี้
       
       สำหรับรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ที่ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วมีดังนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่ง รมว.กลาโหมอีกหนึ่งตำแหน่ง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา กลับเข้ามาเป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรองนายกฯ ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองนายกฯ ตำแหน่งเดียว
       
       ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น รมว.แรงงาน นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็น รมว.ศึกษาธิการ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร เป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพิชิฏ ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัยเกษม นิติสิริ เป็น รมว.ยุติธรรม นางปวีณา หงสกุล เป็น รมว.พัฒนาสังคมฯ นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็น รมช.มหาดไทย
       
       นายพ้อง ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เป็น รมช.คมนาคม นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมศุลกากร เป็น รมช.คลัง นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เป็น รมช.คลัง นายวิสาร เตชะธีระวัฒน์ เป็น รมช.มหาดไทย นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็น รมช.มหาดไทย และนางสิริกร มณีรินทร์ เป็น รมช.ศึกษาธิการ
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า การจัดรายชื่อในการปรับ ครม.ครั้งนี้ยังคงมีลักษณะการปูนบำเหน็จให้คนที่รับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เช่นเดิม อาทิ กรณีนายพิชิฏ ชื่นบาน ซึ่งเป็นอดีตทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเคยถูกศาลสั่งจำคุกกรณีการนำเงิน 2 ล้านบาทไปติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาลมาแล้ว และกรณีนายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าในขณะดำรงตำแหน่งได้รับใช้ระบอบทักษิณมาโดยตลอด

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000077878
บันทึกการเข้า

เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยเป็นกำลังใจให้ทหาร
personal jesus
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6293



« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2013, 10:03:13 AM »



อ้างถึง
ความคิดเห็นที่ 119   
 
 

ไชโย ประเทศไทยมีรมต.กะลาหอยแล้วโว้ย
ทักษิณสร้างประวัติศาสตร์อีกแล้ว

 
 
บันทึกการเข้า
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12349



« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 05:41:24 AM »

“เฉลิม” ยันไม่เสียใจโดนเด้งไปแรงงาน บอกไม่ยึดติด แต่ยังเชื่ออาจไม่เป็นไปตามโผ ชี้แก้ใต้ไม่ง่าย ยิ่งเจรจายิ่งพีอาร์บีอาร์เอ็น แคนเซิลทริปทัวร์ใต้ อ้อนถ้าโดนย้ายจริงคงคิดถึงสื่อ เผยโทร.หา “เผดิมชัย” บอกไม่ได้วิ่งเก้าอี้ ปฏิเสธ “ทักษิณ” สายตรงสั่ง โอด 2 ปีทำงานหนัก ลั่นหัวใจไม่เปลี่ยนพากลับบ้าน แต่พูดบ่อยเลยไม่ได้กลับ ดักคอคนนั่งแทนต้องเก่งกว่า ยอ ครม.ใหม่ก็หล่อดี โบ้ยสื่อทำร้องเพลงขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก

 
       วันนี้ (27 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.30 น.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรีที่มีกระแสข่าวถูกโยกไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า ตนเพิ่งทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไม่อยากแสดงความเห็นจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความเสียใจ ถ้านายกฯเห็นว่าเหมาะสม ก็แสดงว่าได้พิจารณาดีแล้ว ตนไม่ยึดติดจะอยู่ตรงไหน ก็แล้วแต่นายกฯจะมอบหมาย
       
       เมื่อถามว่า มีคนวิจารณ์ว่าเสร็จนาฆ่าโคถึกเสร็จศึกฆ่าขุนพล ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวย้อนว่า ตนไม่ได้เป็นขุนพล แล้วศึกเสร็จแล้วหรือ มันยังไม่เสร็จเลย อย่างไรก็ตามรายชื่อ ครม.ที่ออกมาเป็นไปตามที่สื่อรายงาน อาจไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ คิดว่านายกฯ คงใช้ความรอบคอบอย่างถี่ถ้วนแล้วในการปรับ ครม.ต้องให้โอกาสท่านตัดสินใจ
       
       เมื่อถามว่า มีอะไรจะฝากงาน เช่น งานภาคใต้ถึงรองนายกฯคนใหม่ที่จะมาแทนหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่กล้าฝาก เพราะอยู่ 6 เดือนยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ปักษ์ใต้เรื่องมันยาก เวลาที่ตนบอกสื่อ สื่อก็มักคิดว่าตนอวดรู้ เชื่อเถอะปัญหาภาคใต้แก้ไม่ง่าย และยิ่งการเจรจาเป็นข่าวตลอด ก็เท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็น แต่สำหรับตนจะเคร่งครัดนิดหน่อยว่าการเจรจาอะไรถือเป็นสิทธิของผู้ไปพูดคุย เมื่อกลับมาต้องนำมาสู่ ศปก.กปต.เมื่อ ศปก.กปต.สรุปอย่างไรก็รายงาน และเมื่อนายกฯเห็นชอบด้วย ค่อยกระจาย
       
       เมื่อถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ยังจะเดินทางไปภาคใต้ช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ไปแล้ว ขนาดนายกฯยังงดภารกิจประชุมภาคใต้เลย ซึ่งได้แจ้งยกเลิกในพื้นที่ไปหมดแล้ว และถ้าถูกย้ายไปกระทรวงแรงงานจริง ก็คงคิดถึงนักข่าว ขณะนี้อยากให้ชัดเจนก่อนว่าจะไปตำแหน่งอะไร ตนจะนัดนักข่าวทานข้าว 2 ปี ไม่เคยกินข้าวกันจะได้วิเคราะห์การเมืองให้ฟัง
       
       สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกฯแทนนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนรู้จักมักคุ้นกับ พล.ต.อ.ประชา ดี ถ้ามาดูก็เรียบร้อยดี แต่ถ้าเรื่องฝีไม้ลายมือ ให้นักข่าวตัดสิน ตนตัดสินไม่ได้ แต่ต้องให้โอกาสท่าน อย่างไรก็ตามคนอย่างตนไม่ว่าอยู่ที่ไหน ก็สนุกกับงาน
       
       เมื่อถามว่า มีข่าวว่าท่านต่อสายคุยกับนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน เพื่อเคลียร์ใจกันแล้ว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้เคลียร์ใจ จะไปเคลียร์อย่างไรก็ตนไม่ได้อยากไป ไม่มีและฝากบอกท่านเผดิมชัย ตนไม่ได้วิ่งไปนะ ถ้าเป็นไปได้หยุดรถพระอาทิตย์ได้ไหม ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ความหมายหยุดรถพระอาทิตย์คืออะไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “หมายความว่าถ้าหยุดเวลาได้ก็ให้ผมอยู่ต่อ”
       
       เมื่อถามว่า สาเหตุที่ถูกย้ายเพราะไปพูดถึงบริษัทน้ำเมา ขายเป็ด ขายไก่ หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะว่าที่ตนพูดนั้นเป็นการช่วยรัฐบาล ซึ่งเป็นผลดีกับรัฐบาล ไอ้พวกขายเป็ดขายไก่ พวกโรงเหล้า ไม่ใช่สาเหตุนี้ที่ปรับตนออกแน่นอน เมื่อถามว่า ประเมินตัวเองหรือไม่ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด หรือเพราะงานใต้ไม่เดิน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ ใต้ไม่ใช่งานผม ถ้าจริงๆ ก็คงเพื่อความเหมาะสมมากกว่า
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ โทร.มาคุยเอง เรื่องให้ย้ายออกจากตำแหน่ง จริงหรือไม่ ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ไม่จริง ไม่เคยโทร.คุย การให้ตนไปแรงงาน อาจให้ไปปราบแรงงานเถื่อน หรือพวกค้ามนุษย์ มาเฟียต่างๆ หรือพวกที่จะตั้งเมืองใหม่ที่มหาชัย
       
       “2 ปีที่ผ่านมา ตนไม่ได้เข้าข้างตัวเอง ทำงานเหนื่อยและหนักมาก อีสานไปครอบคลุมทุกพื้นที่ เหนือ ภาคกลาง เหนื่อย อยู่ตรงนี้ไม่ง่ายนักหรอก 1.ศัตรูเยอะ 2.ทำงานไม่มีวันหยุด 3.ทำงานไม่มีเวลาว่าง 4.ต้องวิเคราะห์ประสานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง 5.ต้องอ่านการเมืองให้ขาด ไม่ง่ายนักหรอก แต่ไม่ได้หมายความว่าตนทำได้คนเดียวคนอื่นก็ทำได้ ถ้าไม่มีข้อเปรียบเทียบ สื่ออาจไม่รู้ แต่ถ้ามีข้อเปรียบเทียบ คนมาใหม่อาจเก่งกว่าผมก็ได้” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวตัดพ้อ

       
       เมื่อถามว่า ถ้าถูกย้ายจริงในฐานะที่เป็นขุนพลของรัฐบาล ต่อสู้เพื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาโดยตลอด น้อยใจหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม ย้อนถามว่า ใครตั้งตนเป็นขุนพล มีแต่นายสมัคร สุนทรเวช ที่ตั้งให้ตนมาเป็นขุนศึก ซึ่งการเมืองจะมาน้อยใจไม่ได้ สถานการณ์หนึ่งเราอาจเหมาะสม แต่อีกสถานการณ์หนึ่งอาจไม่เหมาะสม สบายๆ อย่าไปใส่ใจ เมื่อถามว่า ข้อกฎหมายปรองดองในสภา ถ้าถูกย้ายตำแหน่ง จะยังเดินหน้าเหมือนเดิมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า กฎหมายนี้อยู่ในสภาแล้ว ก็เป็นเรื่องของสภา เมื่อถามย้ำว่า ถึงวันนี้จะยังคงพูดได้หรือไม่ว่าจะยังคงพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เวลาเปลี่ยน หัวใจเฉลิมไม่เปลี่ยน ที่ผ่านมาพูดบ่อย เลยทำให้ทักษิณ ยังไม่ได้กลับบ้านเลย เรื่องพาทักษิณ กลับบ้าน เมื่อกฎหมายผ่านทุกอย่างก็จบ
       
       เมื่อถามว่า ต่อไปถ้ารัฐบาลไม่มีกันชน อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม คิดว่าจะมีคนอื่นมาทำหน้าที่แทนได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คิดว่านายกฯได้พิจารณาดีแล้ว คนที่มาทำหน้าที่แทนตน ต้องเก่งกว่าตน เพราะสถานการณ์ทางการเมืองวันนี้ค่อนข้างไม่ปกติ และที่ผ่านมาตนวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองใกล้เคียง เพราะตนอยู่การเมืองมานาน ตนรู้จักกลุ่มคน ความเชื่อมโยงจึงทำให้การวิเคราะห์ใกล้เคียง ไม่ใช่ดักฟังโทรศัพท์ เมื่อถามย้ำว่า สถานการณ์การเมืองไม่ปกติ หมายความว่าอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เสาร์-อาทิตย์ หน้ากากขาวก็มา ประชาธิปัตย์เปลี่ยนรูปแบบแล้วอีก 4 ครั้งจะมาผ่าความจริงในกรุงเทพฯ แล้วอย่างนี้จะปกติหรอ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องมีผลกระทบต่อรัฐบาลบ้าง ก็ต้องรอดูต่อไป
       

       เมื่อถามว่า เท่าที่ดูหน้าตา ครม.ตามสื่อ เป็นอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็หล่อกว่าตน ดี และนายกฯมั่นใจว่าจะช่วยแก้สถานการณ์ได้ เมื่อถามว่า คนที่เชียร์ทำไมจึงไม่ได้ เช่น นายจตุพร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังไม่รู้เลยว่าได้ไม่ได้ อย่าเพิ่งไปพูด ส่วนกรณีข้อกังขาที่ว่า การที่นำ พล.ต.อ.ประชา มาแทน ร.ต.อ.เฉลิม จะทำให้งานดีกว่าเดิมไหมนั้น การทำงานอย่าไปดูที่ยศ อย่างไรก็ตามหากถูกย้ายคงไม่กระทบกับการปราบปรามยาเสพติด คงเดินหน้าต่อไปไม่สะดุด
       
       เมื่อถามว่า คิดว่าการเมืองมีส่วนสำคัญในการที่ทำให้ท่านถูกเขี่ยพ้นจากตำแหน่งรองนายกฯหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในพรรคเพื่อไทยพรรคพวกตนเยอะ เว้นแต่ว่าตนไปทะเลาะกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะเหลือแค่ 2 คน คือตนกับเงา เราต้องรู้ตัวเองว่า เราไม่ใช่นายทุนพรรค ตนไม่ได้ให้เงินพรรค เหนื่อยแค่ไปปราศรัยหาเสียงให้ ถ้าพรรคเห็นว่าแบบไหนเหมาะก็ตามนั้น จะไปแสดงความเห็นพอใจหรือไม่พอใจไม่ได้ การเมืองต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง
       
       เมื่อถามว่า มองว่าปรับ ครม.ครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลอยู่ครบเทอมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังไม่กล้าตอบ เพราะยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เมื่อถามว่า รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะโดนย้าย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มาถึงขณะนี้ตนยังไม่รู้เลย ส่วนที่เห็นเก็บของลงมาเป็นของใหม่ ของเก่ายังไม่ขน เป็นของใหม่ที่เขาเอาให้ดูแต่ตนไม่ชอบ ส่วนที่มีข่าวไปเคลียร์ค่าอาหารที่โรงอาหารถือเป็นความรู้ใหม่ว่าเขาเคลียร์เงินค่าอาหารทุกวันศุกร์ เจ้าหน้าที่มันคิดอะไร คนอย่างเฉลิมต้องใช้หนี้ก่อน เมื่อไหร่ก็กลับมาใช้ได้ นักข่าวเลยเอาไปเคล็ดเลยว่าย้ายแน่ เพราะปกติจ่ายทุกวันศุกร์ แล้วนี่มาจ่ายวันพุธ แหมเศรษฐีบ้านริมคลองจะมาโกงแม่ค้าร้านข้าวแกงได้อย่างไร
       
       เมื่อถามว่า ย้ายไปอยู่แรงงานแล้วจะมาให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ถ้าไปจริงคงจะมาพูดแบบนี้ไม่ได้ สื่อกำลังทำให้ตนต้องร้องเพลงขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก

       
       สำหรับบรรยากาศความเคลื่อนไหวภายในทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ หลังจากมีการนำรายชื่อปรับคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 5 ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว ร.ต.อ.เฉลิมยังคงเข้าปฏิบัติหน้าที่และให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังมีกระแสข่าวถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งรมว.แรงงาน ตามปกติ พร้อมกันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ได้ให้เจ้าหน้าที่จากบริษัทเอกชนนำรถ 6 ล้อมาขนย้ายเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น อาทิ โซฟา ภาพวาดขนาดใหญ่ ลงมาจากห้องทำงานชั้น 4 ตึกบัญชาการด้วย
       
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000078277
บันทึกการเข้า

เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยเป็นกำลังใจให้ทหาร
katin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 741


เส้นแบ่งระหว่างสาระและไร้ประโยชน์คืออะไร


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 02:51:30 PM »

สร้างอีเว้นท์ เล่นแร่แปรธาตุไปเรื่อย แบบเดียวกับยุคทักษิณ
ทำมาอ้างว่ารัฐบาลเดียวจะได้ทำงานต่อเนื่อง แต่เปลี่ยนรัฐมนตรี ยังกะผลัดผ้า

เดี๋ยวให้กินแม่โขง ตราดำ ตราแดง แต่ข้างในก็เหล้าโรงนั่นแหละ มอมเมาตลอดชาติ
บันทึกการเข้า

ไม่มีเพื่อไทย  ก็ ไม่มีประชาธิปัตย์ 
ไม่มีนักการเมืองชั่วอย่างเหลิม  ก็ไม่มีนักการเมืองชั่วอย่างสุเทพ
ไม่มีทักษิณ แล้ว อภิสิทธิ์จะเป็นคนดีได้ที่ไหนกัน
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12349



« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 11:13:03 PM »

“เหลิม” ฟิวส์ขาดจวก ทวี สอดส่อง ต้นเหตุถูกสับออกตำแหน่งนั่งกระทรวงแรงงาน ลั่นไอ้ทวีฟ้องทักษิณ ครวญถูกใส่ร้ายเปิดบ่อนจนถูกเด้ง ขอสาปแช่งฉิบหายเจ็ดชั่วโครต!

     
       วันนี้ (28 มิ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีกระแสข่าวถูกย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เดินทางมามอบนโยบายการปฏิบัติราชการ ในงานสัมมนาการขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายการบริหารราชการของ สตช.โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.-ผบก.กว่า 300 นาย เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ก่อนที่จะเริ่มมอบนโยบาย ร.ต.อ.เฉลิมที่มีสีหน้ายิ้มแย้ม ได้เดินทักทายและพูดคุยกับนายตำรวจที่เข้าร่วมประชุม
      
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ต้องพึ่งพาตำรวจ ไม่เช่นนั้นไม่มีทางอยู่ได้ และ 2 ปีที่ผ่านมา ตนมีชื่อเสียงได้เพราะตำรวจช่วย เนื่องจากผลสำรวจทุกครั้ง หากไม่นับนายกฯ เอาแค่ระดับรองนายกฯ และระดับรัฐมนตรี ตนได้คะแนนสูงตลอด อยู่ที่ระดับ 8 กว่าๆ อย่างไรก็ตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ตำรวจต้องเป็นต้นทางกระบวนการยุติธรรม ทั้งในงานด้านการสืบสวนและสอบสวน ตำรวจยุคนี้มีเกียรติวินัยกล้าหาญเหมือนเดิม แต่หลักการบริหารราชการที่ดีต้องขึ้นอยู่กับองค์กร แม้ที่ผ่านมาอธิบดีกรมตำรวจ จะมาจากฝ่ายทหาร จึงไม่ได้ทำงานเพื่อองค์กรตำรวจ โดยทุกเช้าจะไปอยู่ตามหน้าบ้านนายกฯ หรือบ้านรัฐมนตรี แต่วันนี้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะในยุค พล.ต.อ.อดุลย์ ที่เป็น ผบ.ตร.จะตื่นเช้ามาประชุม ศปก.ตร.ทุกวัน แต่ไม่ใช่ว่า ผบ.ตร.จะไปพบนายกฯ ไม่ได้ แต่จะไปพบเมื่อมีการเทียบเชิญ ไม่ใช่เสนอหน้าไปพบแบบเมื่อก่อน
      
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตำรวจต้องยึดหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม หลักการมีส่วนร่วม หลักการมีความรับผิดชอบ และหลักในการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งตนไม่เคยเข้าไปแตะแม้แต่ตำแหน่งเดียว แต่ให้เป็นไปตามที่ ผบ.ตร.เสนอมา แต่ตนเคยเสนอคนเดียว คือ ตำแหน่ง ผบก.ป.ตนเคยเสนอย้ายตามนโยบาย ไม่ได้บอกว่าย้่นเพราะเป็นคนชั่วหรือเลว แต่เป็นนโยบาย แต่เมื่อโหวตแล้ว ตนแพ้แต้มก็จบไป แต่ขอยืนยันว่า ตนไม่เคยมีลูกน้อง ฉะนั้นเมื่อจากไป ก็ไม่ต้องมากลัวการล้างบาง ส่วนกรณีลดระดับอาวุโสในการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.ลดลงไปจาก 33% เหลือ 25% นั้น หากทำตั๋วแต่เนิ่นๆ ก็ได้อยู่แล้ว แต่นี่มาทำก่อนโยกย้ายก็เลยมีปัญหา ตนจึงให้ พล.ต.อ.อดุลย์ ไปพิจารณามาอีกรอบ
      
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวช่วงหนึ่งว่า การที่ตนถูกปรับย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก มาแทนตนในตำแหน่งรองนายกฯ ดูแล สตช.นั้น ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามปกติ เพราะทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง ขอยืนยันว่าไม่ได้น้อยใจ เพราะการเมืองไม่มีใครรักใคร แต่เป็นเรื่องของการประสานผลประโยชน์ ให้เกิดความพอดี ฉะนั้นการปรับย้ายตนนั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อวาน (27 มิ.ย.) ก็มีนักข่าวมาถามตนว่า หากมีม็อบจะทำยังไง แล้วจะให้ทำยังไง เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องของ พล.ต.อ.ประชา และตำรวจแล้ว ที่ต้องดูแล ส่วนตนจะดูแลเรื่องแรงงานต่างด้าว หากมีการปรับให้ตนออกอีกรอบเป็น ส.ส.ธรรมดา ก็ไม่เป็นไร ส่วนที่มีข่าวนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ น้อยใจตน เพราะไปไล่ให้ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนั้น ตนไม่ได้ไล่ และตนก็ไม่ได้อยากไป
      
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า คำถามที่ว่าตนเล่นการเมืองแบบท้าทายนั้น เพราะเป็นนิสัยส่วนตัวตนว่า ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชัน แต่ก็ยังมีนักข่าวบอกว่าตนได้ดีเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตรงนี้ขอเล่าว่า ตั้งแต่หลังปี 2547 ตนได้หยุดเล่นการเมือง แต่หลังจากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่วันนั้นยังไม่ได้เป็นนายกฯ ไปตามตนที่บ้านย่านบางบอน ให้ไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ลอนดอน โดยมีการทาบทามให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าพรรค แต่ทาง พล.อ.ชวลิต กลับปฏิเสธ เพราะมีการตั้งพรรคคู่ขนาน อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าอย่าเลยเดี๋ยวเขาจะตั้งพรรค และจะหาเสียงให้ หากพรรรคชนะเลือกตั้ง จะให้ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตนก็ตอบตกลง และเมื่อกลับมาที่บ้าน นายสมัคร สุนทรเวช ก็มาที่บ้านตนเพื่อชวนเล่นการเมือง ตนก็ตอบตกลงเพราะได้ไปคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไว้แล้ว เมื่อพรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล ตนก็ได้เป็นรัฐมนตรีจริง เมื่อครบ 4 เดือนออก นายสมัคร ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเพิกถอนสิทธิ์ความเป็นนายกฯ เนื่องจากจัดรายการทำอาหาร
      
       “พอมาถึงยุครัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผมก็ถูกโยกไปอยู่สาธารณสุข ก็ไม่รู้ว่าให้ไปทำอะไร เพราะมีแต่เข็มฉีดยา การเมืองในยุคนั้นจนมาถึงวันนี้ ต้องเข้าสู่กระบวนการเหมือนกันหมด ผมวางแผนมาตลอด เขียนแผน 9 ข้อ ที่ผมทำงานได้มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะ ผบ.ตร.มีวินัยและเชื่อฟังผม ขอถามสมัยก่อนคนที่มาดูแลตำรวจ รับผิดชอบเหมือนผมไหม” รองนายกฯ ระบุ
      
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้เป็น ผอ.ศปก.กปต.ทันทีที่ได้รับผิดชอบก็ได้เดินทางไปหาทหาร พร้อมบอกว่านายกฯ มอบหมายให้รับผิดชอบส่วนนี้ จะยอมรับได้ไหม ทางทหารก็บอกว่าได้ แต่ตนมองว่าปัญหาภาคใต้แก้ยาก หลังจากนั้นได้มีการมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.ให้ไปพูดคุยกับฮัสซัน ตอยิบ พร้อมกับความพยายามที่จะนำตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปพบ นาจิบ ราซัค นายกฯ มาเลเซีย เพื่อให้เกิดการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเรื่องนี้ตนก็ได้หารือกับ พล.ต.อ.อดุลย์ เห็นว่าถ้าเอานายกฯ ไปด่านหน้า ก็เหมือนเอาขุนไปเดินหน้าเบี้ย แต่ท้ายที่สุดเรื่องก็เสร็จ และมีการแถลงข่าวที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตนก็รู้สึกไม่ปกติ จึงได้สอบถามไปยัง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.ทำไมก่อนหน้านี้ ไม่มีการรายงานมายัง ศปก.กปต.ให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ ซึ่งเรื่องนี้ทาง พล.ท.ภราดร ก็เข้าใจ แต่พอมีการประชุม ศปก.กปต.กลับไม่มีการใส่ชื่อตนในที่ประชุม ท้ายที่สุดนายกฯ จึงต้องสอบถามว่า ทำไมถึงไม่เข้าประชุม ตนก็ตอบกลับไปว่า เขาไม่ใส่ชื่อตน
      
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า พ.ต.อ.ทวี ไม่เคยฟังผม ทำงานแบบสวัสดีครับ แล้วเอาเงินไปแจกมัสยิด แต่ไม่แจกทหารไทย นรต.รุ่น 37 อย่าง พ.ต.อ.ทวี ไม่เคยมองมาที่คณะทำงาน ไม่เคยมองทหาร แต่กลับเอาแต่พวกตนเอง เอาพวก ศอ.บต.ไม่เคยรายงานตน โดยเรื่องที่ทางบีอาร์เอ็นเรียกร้อง 5 หรือ 7 ข้อ ก็ไม่มารายงานต่อคณะทำงาน แต่กลับแจกข่าวให้นักข่าว และกรณีการสังหาร 6 ศพที่ปัตตานี ก็รายงานว่า ตายเพราะเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เมื่อทาง พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ศชต.ไปจับคนร้ายได้ 1 คน และคนร้ายถูกฆ่าตาย 1 คน ซึ่งคนที่ถูกจับก็ให้การชัดเจนว่า 6 ศพที่ปัตตานี คนร้ายที่ตายไปเป็นคนสั่งฆ่า ตนจึงเห็นว่าเรื่องนี้ควรจะมีการแถลงข่าว แต่ พ.ต.อ.ทวี ก็ไม่ยอม อ้างว่าจะทำให้ทำงานลำบาก ถ้า พ.ต.อ.ทวี ไม่ฟัง ตนจะเป็นประธานทำไม
      
       “ไอ้ทวีจะไม่ให้เกียรติผมก็ได้ แต่ต้องให้เกียรติคณะทำงานด้วย แต่หากคุณไม่พอใจผม ก็ไปวิ่งเต้นโยกย้ายผมเลย สุดท้ายไอ้ทวี มันก็ทำได้ มันเอาความเท็จไปฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ จนเป็นที่มาของการปรับ ครม.ให้ผมออกจากเก้าอี้ แล้วเอา พล.ต.อ.ประชา มาแทน เพราะไอ้ทวี เป็นคนไปฟ้องว่า ไอ้เฉลิมเป็นคนตั้งบ่อน ตำรวจก็ไม่พอใจ นักข่าวที่สนิทกันก็มาถาม ผมก็ไม่แก้ตัว แต่ให้มึงไปถาม ผบ.ตร.ถาม ผบช.น. หรือ ผบก.ภ.จว.ว่า ผมเปิดบ่อนจริงหรือไม่ ผมขอสาปแช่งเลยว่า ใครเอาเรื่องนี้มาใส่ร้ายผม ขอให้มันฉิบหายเจ็ดชั่วโครต ผมไม่กลัวโดนปรับออก ผมไม่ใส่ใจ ยินดีที่จะได้กลับไปเป็นผู้แทน ผมโตมาได้เพราะฝ่าฟันด้วยตนเอง ไม่ได้เพราะอะไร ไม่ใช่แมงดา แต่เป็นฝีมือล้วนๆ แต่ขอบอกว่าไอ้ทวี เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลประสบปัญหาภาคใต้ เรื่องนี้หากนายกฯ ไม่พอใจ หากปรับผมออกอีก ก็ไม่เป็นไร ในทางการเมืองไม่มีใครอยากทะเลาะกับนายสมัคร และผม เพราะคนนั้นเป็นคนที่คิดผิด กินยาผิดซอง” รองนายกฯ กล่าว
      
      ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การเมืองเข้าสู่โหมดแตกหัก เพราะ 2 ปีที่ผ่านมานายกฯ เอาตัวรอด แต่พรรคเจอปัญหา พรรคต้องประสบปัญหาเรื่องจำนำข้าวที่เน่า โดยนายกฯ มอบหมายให้ตนดูแล และตนก็เชื่อมือตำรวจ ซึ่งทาง พล.ต.อ.วรพงษ์ เคยกล่าวหาว่าถ้าขั้นตอนการจำหน่ายมีการทุจริตจำนวนมาก รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ สถานการณ์การยั่วยุ จากกลุ่มหน้ากากขาว โดยจะมี 3-4 เครื่องที่เดินเครื่องหนักเพื่อล้มรัฐบาล ซึ่งในกลุ่มหน้ากากขาว จะมีพวกเสื้อเหลืองเก่า พวกพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม กลุ่ม นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ และกลุ่มใหม่ การสร้างเงื่อนไขของคนเสื้อแดง ให้้เกิดการทุบตี หากแดงจริงไม่มี ก็จะใช้แดงเทียม และเรื่องการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เป็นโครงการที่ดี แต่ศาลปกครองให้มีการประชาพิจารณ์ก่อนนั้น กู้เงินไม่ได้แล้ว และขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการฟ้อง ป.ป.ช.ตรงนี้ตนยืนยันว่ามีมูลล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะศาลบอกแล้วว่านายกฯ ไม่มีอำนาจกู้ ซึ่งขัดมาตรา 157 กรณีร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ขณะนี้เขายังดูอยู่ว่า ถ้ายุบพรรคเพื่อไทยแล้ว จะมึสมาชิกเพียงพอในการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วมีสมาชิกไม่ครบ ก็ต้องดูต่อว่า ยุบพรรคแล้วเลือกตั้งชนะหรือไม่ การเลือกตั้งครั้งต่อไป ถ้าเพื่อไทยชนะ ก็ยังไม่มีการยุบพรรค ตนอ่านการเมืองไม่ผิด

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000078873

แมงดาคู่กับกระหรี่ เหลิมน่าจะเข้าใจนานแล้ว ยิ่งแมงดาที่กุมความลับของกระหรี่ไว้ กระหรี่มีอำนาจ ก็ต้องเอาแมงดากลับมาอยู่ดีและตามใจแมงดา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2013, 11:16:40 PM โดย noway2know » บันทึกการเข้า

เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยเป็นกำลังใจให้ทหาร
bangkaa
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 351



« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2013, 10:22:31 AM »

ประชาชน นี่หลับหูหลับตา กันจริงๆนะครับ
ยอมรับกันได้ ไม่รู้สึกอะไร

คือ มันบริหารประเทศชาติยังไง 2 ปี มันเปลี่ยน ครม ไปแล้ว 5 ครั้ง
เมิงเล่นขายขนม เล่นเก้าอี้ดนตรี หรือไงวะ

เมิงบอกว่า ขออยู่ 4 ปี เพื่อความต่อเนื่องในการทำงาน
อย่ามารัฐประหาร อย่ามาล้มรัฐบาล

แต่นี่เมิง ล้มตัวเอง ไปแล้ว 5 ครั้ง... ไอฟายยยยย
เปลี่ยนมาตั้ง 5 ครั้งแล้ว
ครั้งหน้า ปรับ ครม ก็เปลี่ยน นายก บ้างนะ...



ส่วนท่าน เฉ-ลิม ถูกเล่นซะอย่างนี้ คาดว่า คงจะเกิดความไม่พอใจแล้วแน่ๆ เหมือนแก้วมันร้าว
หาก หน้าเหลี่ยม จะตัดหางปล่อยวัดไม่ทำท่าทีไปง๊อละก็
เราอาจจะเห็น เฉ-ลิม ออกบทบาทน้อยลง คงไม่ออกมาชนให้ง่ายๆอีกละ
บันทึกการเข้า

พรรคการเมือง และ ลิ่วล้อ...  คือ ตัวสร้างความแตกแยกในแผ่นดิน...
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12349



« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2013, 11:28:59 PM »

โปรดเกล้าฯ ครม.ยิ่งลักษณ์ 1/5 ตามโผ นายกฯ ควบ รมว.กห.“ยุทธศักดิ์” เป็น รมช.กห. “เฉลิม” หลุดรองฯ นั่ง แรงงาน “พงศ์เทพ” เหลือเก้าอี้รองนายกฯ “นิวัฒน์ธำรง” ได้ดีนั่งรองฯ ควบ รมว.พาณิชย์ “ประชา” ไปรองนายกฯ “ชัยเกษม อสส.” นั่ง รมว.ยธ.แทน “สันติ” โยกอยู่สำนักนายกฯ “เบญจา” กรมศุลฯ นั่ง รมช.คลัง “ปวีณา” คุม พม.“วราเทอ ควบช่วยเกษตรฯ “จาตุรนต์” รมว.ศธ. “พีรพันธุ์” รมว.วิทย์ “วิเชษฐ์” ว่าการ ทส.“พ้อง” รมช.คค.“ยรรยง” ช่วย พณ.“วิสาร” มท.3 “สุกำพล-ศันสนีย์-ยุทธพงศ์-ประเสริฐ-ปรีชา-บุญทรง-ชัจจ์-เผดิมชัย-ชลน่าน-วรวัจน์” หลุดจากตำแหน่งโคตรป๋าเหนาะผลัดมือนั่ง

       
       วันนี้ (30 มิ.ย.) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า “ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ นั้น
       
       บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๑ และมาตรา ๑๘๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
       
       ๑. ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
       ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี
       นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
       นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
       นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
       พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
       นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
       นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
       นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
       นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
       นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
       พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
       พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
       นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
       นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
       นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
       นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
      
       ๒. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

       นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
       พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นรองนายกรัฐมนตรี
       นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองนายกรัฐมนตรี
       นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
       นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อีกตำแหน่งหนึ่ง
       พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
       นางเบญจา หลุยเจริญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
       นางปวีณา หงสกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
       นายวราเทพ รัตนากร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกตำแหน่งหนึ่ง
       นายพ้อง ชีวานันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
       นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
       นายยรรยง พวงราช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
       นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
       นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
       ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
       นายพีรพันธุ์ พาลุสุข เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
       นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
       นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ เป็นปีที่ ๖๘ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
       
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000079461
บันทึกการเข้า

เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยเป็นกำลังใจให้ทหาร
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!