ประชาทนธิปไตย : V.2 กี่ปีผ่านไป ยังทนไม่เปลี่ยน
ตุลาคม 21, 2014, 08:32:52 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ห้ามโพสข้อความหมิ่นสถาบันทุกกรณี
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้าวสังข์หยดกับโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง  (อ่าน 3231 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
noway2know
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12958



« เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 06:18:35 PM »


ในหลวงกับการรักษาพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของไทย....ข้าวสังข์หยดและข้่าวพันธุ์อื่นๆ
เหรียญสดุดีพระเกียรติคุณ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช"
นี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดทำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงอุทิศพระวรกายในการส่งเสริมและสนับ สนุนการพัฒนาพันธุ์ข้าวและการผลิตข้าวไทย อันเป็นประโยชน์แก่พสกนิกรมาโดยตลอด เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

รวมทั้งภายในของเหรียญฯ บรรจุไว้ด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าวต่างๆที่สื่อถึงพันธุ์ข้าวที่ใช้ในพระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2550 ได้แก่ พันธุ์ปทุมธานี 1, สุพรรณบุรี 1 , พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105, กข 6, พัทลุง, ข้าวเจ้าพิษณุโลก 1 และข้าวพันธุ์พื้นเมือง คือ พันธุ์สังข์หยด กับพันธุ์ที่พัฒนาใหม่ คือ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลัน และไรซ์เบอรี่



โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นการฟื้นฟูแก้ไข แหล่งเกษตรของทางภาคใต้ให้ยั่งยืนมีรายได้เพิ่มขึ้นในจังหวัดพัทลุง และนครศรีธรรมราช
       
       ลุ่มน้ำปากพนังเคยเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญของภาคใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด 13 อำเภอ ตั้งแต่ตอนใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช จรดตอนเหนือของจังหวัดพัทลุงและสงขลา มีพื้นที่ 1 ล้าน 9 แสนไร่ ปลูกข้าวกว่า 5 แสนไร่ และมีประชากรอาศัยอยู่ในเขตลุ่มน้ำกว่า 6 แสนคน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตข้าว ศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรือง จนได้ชื่อว่า “เมืองแห่งอู่ข้าว อู่น้ำ” โดยมีแม่น้ำปากพนัง เป็นสายเลือดหล่อเลี้ยงชุมชนมาแต่โบราณ
       
       แต่เมื่อความเจริญเข้ามาประชากรเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรมากจนเสียสมดุล ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหน้าฝน น้ำจืดไม่พอใช้ในหน้าแล้ง ปัญหาดินเปรี้ยว ปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็ม มีปัญหาการจัดสรรน้ำกันระหว่างผู้ทำนากุ้งกับนาข้าว ผู้คนต่างเดือดร้อนกันไปทั่ว



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบความเดือดร้อนของพสกนิกร
จึง มีพระราชดำริให้หน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาให้ลุ่มน้ำปากพนัง ฟื้นกลับมาอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของภาคใต้ พัฒนาอาชีพของเกษตรกรให้มียั่งยืน มีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและส่งเสริมการรวมกลุ่มของชุมชน
       
       โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดพัทลุง
เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2537 – ปัจจุบัน
ในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอควนขนุนและอำเภอป่าพะยอม แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก ปี 2537 – 2543 ดำเนินการในพื้นที่อำเภอควนขนุน 3 ตำบล คือ ตำบลพนางตุง ทะเลน้อย และแหลมโตนด และขยายไปยังอำเภออื่นๆ อำเภอป่าพะยอม ตำบลลานข่อย อำเภอควนขนุน ตำบลแหลมโตนด รวม 2 ตำบล 18 หมู่บ้าน พื้นที่ทำการเกษตร 60,789 ไร่ เกษตรกร 2,570 ครัวเรือน



       ตั้งแต่เริ่มโครงการ ปี 2537 – ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนงบประมาณผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งที่เป็นกิจกรรมปรับโครงสร้างการผลิต พัฒนาการผลิต ปรับปรุงบำรุงดิน แปรรูปผลผลิต กิจกรรมส่งเสริมการรวมกลุ่ม จำนวน 13 กิจกรรม พื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 19,265 ไร่ แยกเป็น นาข้าว 13,240 ไร่ ไร่นาสวนผสม 2,337 ไร่ พืชผัก – พืชไร่ 678 ไร่ ไม้ผล 775 ไร่ และปาล์มน้ำมัน 235 ไร่
       
       กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรได้รับการพัฒนาการแปรรูป ระดับพื้นฐาน 10 กลุ่ม สมาชิก 245 ราย แปรรูปเชิงธุรกิจ 2 กลุ่ม สมาชิก 56 ราย เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทัศนศึกษาดูงาน และมีการจัดทำฐานข้อมูลครัวเรือนเกษตรกรในเขตลุ่มน้ำปากพนัง 2,570 ครัวเรือน นอกจากนั้น จังหวัดได้สนับสนุนงบประมาณพัฒนาจังหวัด จำนน 22 ล้านบาทเศษ ผ่านโครงการ 7 โครงการ อบต.แหลมโตนด สนับสนุนงบประมาณให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร 2 แสนบาท และกรมชลประทาน จัดทำโครงการชลประทานระบบท่องบประมาณ 120 ล้านบาท
       
       จากการบูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนทำให้เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวนอกจากรายได้ต่อหัวสูงขึ้นแล้ว เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปี มีรายได้รายวัน รายเดือน รายปี สามารถมีชีวิตและประกอบอาชีพตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำความสุขความมั่นคงมาสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคม



คุณลุงจำนง อรุณรัตน์ อายุ 68 ปี ที่อยู่ 103 ม.7 ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
เป็นครอบครัวหนึ่งที่ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีกิจกรรมทางการเกษตร 3 กิจกรรม คือ ทำนาข้าว 70 ไร่ ผลิตปีละ 2 ครั้ง ใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ได้รับการส่งเสริมจากศูนย์วิจัยข้าว เช่นข้าวสังข์หยด ข้าวชัยนาท 1ปทุมธานี 1 และพิษณุโลก 2 นาปีที่ผ่านมาได้ผลผลิตเฉลี่ย 650 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นทุนการผลิต 4,700 บาท/ไร่ มีกำไร 12,250 บาท นาปรังได้ผลผลิตเฉลี่ย 700 กิโลกรัม/ไร่ ต้นทุนการผลิต 4,850 บาท/ไร่ มีกำไร 52,500 บาท
       
       มีทั้งการทำนาปีและกิจกรรมไร่นาสวนผสมจำนวน 17 ไร่ ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง มะพร้าว มีกำไรปีละ 124,000 บาท ส่วนกิจกรรมผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต สามารถ ลดต้นทุนได้ไร่ละ 500-1,000 บาท

  ปัจจุบันคุณลุงจำนง อรุณรัตน์
เป็นผู้นำชาวบ้านในการรวมกลุ่มกันอนุรักษ์ข้าวสังข์หยดเพื่อไม่ใหู้สูญพันธุ์
และด้วยการสนับสนุนพันธุ์ข้าวจากศูนย์วิจัยข้าว ทำให้สมาชิกของกลุ่มในการปลูกข้าวสังข์หยดมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกๆปี

       
       คุณลุงจำนง อรุณรัตน์ ได้ทำงานเพื่อส่วนรวมและเป็นแกนนำในการพัฒนาการเกษตร เช่น เป็นประธานสหกรณ์การเกษตรทำนาแหลมโตนด ประธานวิสาหกิจชุมชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามวิถีพอเพียงแหลมโตนด เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวใช้เองและจำหน่าย รณรงค์ให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตโดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ตลอดถึงการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองพัทลุง


ข้าวสังข์หยด

ข้าวพันธุ์สังข์หยดมีคุณสมบัติพิเศษในลักษณะของสีข้าวกล้องที่มีสีแดง รูปร่างเมล็ดเรียวความยาวเมล็ดข้าวกล้อง 6.70 มิลลิเมตร ข้าวซ้อมมือมีสีแดงปนสีขาว ข้าวจากรวงเดียวกันเมื่อขัดสีแล้วบางเมล็ดมีสีขาวใสแต่ส่วนใหญ่มีลักษณะขาว ขุ่น คุณสมบัติการหุงต้มดี ลักษณะข้าวหุงสุกนุ่ม มีความคงตัวของแป้งสุกอ่อน (94 มิลลิเมตร) ปริมาณอมิโลสต่ำ (15.28+-2.08%)

ลักษณะทรงต้น

สูง 140 เซนติเมตร ทรงกอตั้ง เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง ออกดอกประมาณช่วงต้นเดือนมกราคม
เมื่อปลูกตามฤดูนาปีภาคใต้ ซึ่งจะปักดำกลางเดือนกันยายน

ข้าวสังข์หยดมีลักษณะแตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
คือข้าวสารหรือข้าวกล้องที่มีเหยื้อหุ้มเมล็ดสีขาวปนสีแดงจางๆจนถึงสีแดงเข้ม
ในเมล็ดเดียวกันเมื่อข้าวหุงสุกมีความนุ่มมากและยังคงนุ่มอยู่เมื่อเย็นตัวลง
ข้าวสังข์หยดนอกจากมีความนุ่มอร่อยแล้วยังให้คุณค่าทางอาหารสูงกว่าข้าวอื่นๆ
เนื่องจากข้าวสังข์หยดกล้อง มีโปรตีนสูง วิตามินสูง โดยเฉพาะไนอะซีนซึ่งมีมากเมื่อเทียบกับในข้าวสายพันธุ์อื่นๆ 

คุณค่าทางอาหารของข้าวสังข์หยดต่อน้ำหนัก 100 กรัม
พลังงาน  375   กิโลแครอรี่
โปรตีน    8.7  กรัม
คาร์โบไฮเดรท    73.3  กรัม
เส้นใย     2.4  กรัม
แคลเซี่ยม  13  มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 317  มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก  1.4  มิลลิกรัม
วิตามินบี 1 0.60  มิลลิกรัม
วิตามิล บี 2 0.01 มิลลิกรัม
ไนอะซีน 7.2  มิลลิกรัม
(ข้อมูลจากสถาบันวิจัยโภชนาการ  มหาวิทยาลัยมหิดล พศ. 2548)



ในส่วนของจังหวัดพัทลุง ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านจังหวัดพัทลุง
จัดจำหน่วย

-ข้าวกล้องสังข์หยด
-ข้าวซ้อมมือสังข์หยด
-รำข้าวและจมูกข้าวสังข์หยด มีสรรพคุณ แก้โรคเหน็บชา โลหิตจาง
วิธีรับประทาน ละลายในน้ำร้อน หรือผสมในเครื่องดื่ม เช่น โอวัลติน กาแฟ

สนับสนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านจังหวัดพัทลุง สนับสนุนข้าวสังข์หยด
ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก
สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ โทร. 080- 994 0912



การหุงข้าวกล้อง
ข้าวกล้องเมื่อหุงแล้วข้าวจะแข็งกว่าข้าวขาว มีทั้งสูตรแช่น้ำและไม่แช่น้ำ
หุงแบบไหนก็ได้ตามสะดวก ถ้าแช่น้ำไว้ก่อน 30 นาที ก็ใส่น้ำน้อยหน่อย
เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งคือ บีบมะนาวลงไปสักเสี้ยวหนึ่งจะช่วยให้ข้าวนุ่มขึ้น

อัตราส่วนที่ใช้
ข้าวกล้องแช่น้ำ 1 ส่วน : น้ำ 1.5 ส่วน
ข้าวกล้องไม่แช่น้ำ 1 ส่วน : น้ำ 1.75 ส่วน

ปัจจุบัน ข้าวสังข์หยดเป็นข้าวเศรษฐกิจของจังหวัดพัทลุง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ หาซื้อได้ที่ร้านโครงการหลวง ห้างสรรพสินค้าทั่วไป อย่างเช่น The Mall ทุกสาขา จะอยู่ในส่วนของโฮม เฟรซ มาร์ท แยกต่างหากจากข้่าวทั่วไป นอกจากข้าวสังข์หยดแล้ว ยังมีข้่าวเกษรอินทรีย์ จากชาวบ้าน และข้าวจากโครงการหลวง รวมถึงฟาร์มตัวอย่างในโครงการพระราชดำริ


<a href="http://www3.asis.co.th/chaokob2/hifias10s.swf" target="_blank">http://www3.asis.co.th/chaokob2/hifias10s.swf</a>
บันทึกการเข้า

วงจรการเมืองไทย มาเพื่อปล้นชาติ "ไม่ใช่เพื่อชาติ"
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!